กล้องอุตสาหกรรม HIKROBOT Area Scan & Line Scan (MV-CS / MV-CA / MV-CE / MV-CH): คู่มือเลือกเซนเซอร์ Global Shutter ความละเอียด MP และสูตรคำนวณเลนส์ C-Mount


กล้องอุตสาหกรรม HIKROBOT ตระกูล MV-CS, MV-CA, MV-CE, MV-CH (Area Scan) และ MV-CL (Line Scan) ต่างกันอย่างไร รหัสรุ่นอย่าง MV-CS050-10GM หมายถึงอะไร และมีสูตรคำนวณเลือกความละเอียด (MP) และทางยาวโฟกัสเลนส์ C-Mount (Focal Length) ให้ตรงกับระยะติดตั้งจริงอย่างไร?
กล้องอุตสาหกรรม HIKROBOT (hikrobot camera) แบ่งออกเป็น กล้อง Area Scan ตระกูล MV-CS (Gen2 ขนาดกะทัดรัด 29×29 มม.), MV-CA (มาตรฐาน), MV-CE (คุ้มค่า) และ MV-CH (ความละเอียดสูง 12MP–65MP+) สำหรับถ่ายภาพ 2 มิติ และ กล้อง Line Scan ตระกูล MV-CL สำหรับงานม้วนฟิล์มหรือขวดหมุน 360° โดยรหัสยอดนิยมอย่าง MV-CS050-10GM หมายถึงความละเอียด 5.0MP เซนเซอร์ Sony IMX264 Global Shutter พอร์ต GigE PoE ขาวดำ (Mono) ซึ่งเลือกคู่กับเลนส์ C-Mount ได้แม่นยำด้วยสูตร f = (ขนาดเซนเซอร์ × ระยะห่าง WD) ÷ ความกว้างพื้นที่ส่อง FOV กับ บริษัท เบทเตอร์ โค้ด จำกัด ตัวแทนจำหน่าย HIKROBOT อย่างเป็นทางการในประเทศไทย.
วิธีอ่านรหัสรุ่นกล้องอุตสาหกรรม HIKROBOT แบบเข้าใจใน 1 นาที (เช่น MV-CS050-10GM, MV-CA050-10GM, MV-CS016-10GM, MV-CE120-10GM)
เวลาที่ฝ่ายวิศวกรรมหรือฝ่ายจัดซื้อค้นหาสเปก hikrobot camera หรือเช็ก hikrobot camera ราคา เพื่อนำไปใช้ในงาน ระบบกล้องตรวจสอบชิ้นงานบนสายพาน (Machine Vision Inspection) มักจะพบรหัสพาร์ทที่ดูซับซ้อน เช่น MV-CS050-10GM, MV-CA050-10GM, MV-CS016-10GM หรือ MV-CE120-10GM แท้จริงแล้วรหัสเหล่านี้ระบุสเปกทางวิศวกรรมครบทุกส่วนตามโครงสร้าง 6 ตำแหน่งดังนี้ครับ:
1. รหัสขึ้นต้น MV + ซีรีส์ CS / CA / CE / CH / CL
MV ย่อมาจาก Machine Vision ตามด้วยตัวอักษรระบุตระกูลโครงสร้างฮาร์ดแวร์ของกล้อง:
• CA (Standard Gen1): กล้อง Area Scan มาตรฐานรุ่นบุกเบิกที่หลายโรงงานใช้อยู่เดิม (สามารถใช้รหัส
MV-CS ทดแทนแบบ Pin-to-Pin ได้)• CE (Economic): รุ่นคุ้มค่าเน้นราคาประหยัด
• CH (High Resolution): รุ่นเซนเซอร์ขนาดใหญ่ความละเอียดสูงพิเศษ 12MP–65MP+
• CL (Line Scan): กล้องสแกนภาพแบบเส้นตรง 1 มิติ (2K/4K/8K/16K)
2. ตัวเลข 3 หลัก 016 / 050 / 060 / 120 + รหัส -10
ตัวเลข 3 หลักถัดมาบอก ความละเอียดภาพ (Megapixels - MP) โดยเติมจุดทศนิยมหลังหลักที่สอง:
• 016 = 1.6 MP (1440×1080 px เช่น
MV-CS016-10GM ยอดฮิตงานตรวจวันที่ผลิต OCR)• 050 = 5.0 MP (2448×2048 px เช่น
MV-CS050-10GM / MV-CA050-10GM รุ่นขายดีอันดับ 1)• 060 = 6.0 MP (3072×2048 px)
• 120 = 12.0 MP (4096×3000 px เช่น
MV-CE120-10GM)• 200 = 20.0 MP (5472×3648 px)
*(เลขหลังขีด เช่น
-10, -20 หรือ -60 ระบุรุ่นย่อยของชิปเซนเซอร์และระดับ Frame Rate)*3. ตัวอักษรท้าย 2 ตัว: G / U / X + M / C
ตัวอักษร 2 ตัวสุดท้ายเป็นจุดที่ต้องระวังห้ามสั่งซื้อผิดเด็ดขาด เพราะระบุพอร์ตสายสัญญาณและชนิดเซนเซอร์รับแสง:
• G = GigE (Gigabit Ethernet + PoE): เดินสาย LAN อุตสาหกรรมได้ไกลถึง 100 เมตร และจ่ายไฟเลี้ยงผ่านสายแลนเส้นเดียวได้
• U = USB 3.0: แบนด์วิดท์สูง เฟรมเรตเร็ว เหมาะกับระยะสายสั้น 3–5 เมตรเข้า IPC
• X / C = CoaXPress / CameraLink: สำหรับกล้องความละเอียดสูงมากที่ต้องใช้การ์ด Frame Grabber
ตัวสุดท้าย (Sensor Color):
• M = Monochrome (ภาพขาวดำ): ความไวแสงและคอนทราสต์ขอบชิ้นงานสูงสุด
• C = Color (ภาพสี): สำหรับงานคัดแยกสีโดยเฉพาะ

MV-CS050-10GM) และสรุปความแตกต่างของกล้อง 5 ซีรีส์หลักโดยทีมวิศวกร บริษัท เบทเตอร์ โค้ด จำกัดตารางเปรียบเทียบกล้องอุตสาหกรรม HIKROBOT ทั้ง 5 ซีรีส์: กล้อง Area Scan (MV-CS / MV-CA / MV-CE / MV-CH) vs กล้อง Line Scan (MV-CL)
เพื่อให้เลือกฮาร์ดแวร์ได้ตรงกับลักษณะการเคลื่อนที่ของชิ้นงานและงบประมาณของโครงการ (และหากงานของคุณเน้นเฉพาะการอ่านบาร์โค้ด 1D/2D หรือโค้ดตอกเหล็ก DPM สำเร็จรูป แนะนำให้ดูตารางเทียบเครื่องอ่านบาร์โค้ดตระกูล ID Series แยกต่างหากที่บทความ เครื่องอ่านบาร์โค้ดอุตสาหกรรม HIKROBOT ID2000 / ID3000 / ID5000) ตารางด้านล่างนี้คือการเปรียบเทียบกล้อง Machine Vision ตระกูล MV ทั้ง 5 ซีรีส์หลัก:
| ซีรีส์กล้อง HIKROBOT | รหัสรุ่นยอดนิยม | ประเภทเซนเซอร์ / Shutter | ช่วงความละเอียด & ขนาดตัวถัง | พอร์ตเชื่อมต่อ & I/O | ลักษณะงานที่เหมาะสมที่สุด |
|---|---|---|---|---|---|
| 1. HIKROBOT MV-CS Series (Gen2 Compact Area Scan — รุ่นเรือธงปัจจุบัน) | MV-CS050-10GM (5MP)MV-CS016-10GM (1.6MP)MV-CS060-10GM (6MP)MV-CS200-10GM (20MP) | Global Shutter เป็นหลัก (Sony Pregius IMX264 / IMX273) และมีรุ่น Rolling Shutter ความละเอียดสูง | 0.4 MP – 20 MP (ตัวถังกะทัดรัด 29×29×30 มม. ระบายความร้อน 4 ด้าน) | GigE (รองรับ PoE 100 ม.) หรือ USB 3.0 + สาย I/O Hirose 6-pin แยกสัญญาณ Trigger/Strobe | งานมาตรฐานโรงงานอันดับ 1: ตรวจวันที่ผลิต OCR, วัดขนาดชิ้นงาน, ตรวจตำหนิฝาขวด/ฉลาก และ คัดแยก OK/NG เชื่อมต่อ PLC |
| 2. HIKROBOT MV-CA Series (Standard Gen1 Area Scan — รุ่นมาตรฐานดั้งเดิม) | MV-CA050-10GM (5MP)MV-CA016-10UM (1.6MP)MV-CA060-10GC (6MP) | Global Shutter (Sony IMX264 / IMX273 / Python) & Rolling Shutter | 0.4 MP – 20 MP (ตัวถังมาตรฐาน 29×29×42 มม.) | GigE PoE หรือ USB 3.0 | โรงงานที่มีเครื่องจักรเดิมระบุสเปก MV-CA050-10GM ในรายการอะไหล่ BOM หรือต้องการอัปเกรดเป็น MV-CS050-10GM โดยใช้เลนส์ C-Mount เดิมได้ทันที |
| 3. HIKROBOT MV-CE Series (Economic Area Scan — รุ่นคุ้มค่างบประมาณ) | MV-CE120-10GM (12MP)MV-CE060-10UC (6MP)MV-CE050-30GM (5MP) | เน้น Rolling Shutter ความละเอียดสูงราคาประหยัด (และมี Global Shutter บางรุ่น) | 1.3 MP – 12 MP | GigE หรือ USB 3.0 | งานที่ชิ้นงานหยุดนิ่งขณะถ่ายภาพ (Stop-and-Go / Indexing Table) หรือสายพานเคลื่อนที่ช้ามาก ที่ต้องการความละเอียด 6MP–12MP ในงบประหยัด |
| 4. HIKROBOT MV-CH Series (Ultra-High Resolution Area Scan) | MV-CH120-10GM (12MP)MV-CH250-90GM (25MP)MV-CH650-90XM (65MP) | Global Shutter เซนเซอร์ขนาดใหญ่พิเศษ (1.1", APS-C, 35mm Full Frame) | 12 MP – 65 MP+ (เมาท์เลนส์ C-Mount / F-Mount / M42 / M58) | GigE, 10GigE, USB 3.0, CameraLink, CoaXPress (CXP) | งานส่องพื้นที่กว้างมากแต่ต้องการเห็นตำหนิระดับไมครอน เช่น ตรวจแผงวงจร PCB ขนาดใหญ่, จอแสดงผล Flat Panel หรือส่องถาดสินค้าหลายสิบชิ้นพร้อมกันในช็อตเดียว |
| 5. HIKROBOT MV-CL Series (Industrial Line Scan Camera — กล้องสแกนเส้นตรง) | MV-CL022-91GM (2K)MV-CL042-91GM (4K)MV-CL084-90CM (8K) | 1D Line Sensor (สแกนทีละบรรทัดความเร็วสูงซิงค์กับล้อวัดระยะ Shaft Encoder) | 2K (2048 px), 4K (4096 px), 8K (8192 px), 16K (16384 px) | GigE, CameraLink หรือ CoaXPress + รับพัลส์ Encoder A/B Phase | งานตรวจวัสดุที่วิ่งเป็นม้วนต่อเนื่องไม่สิ้นสุด (ฟิล์มพลาสติก, กระดาษ, แผ่นเหล็ก, สิ่งทอ) และงานส่องฉลากรอบขวดทรงกระบอก 360° |
2 สูตรคำนวณทางวิศวกรรมก่อนเลือกซื้อกล้องและคำนวณเลนส์กล้อง Machine Vision (C-Mount Lens)
ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดเมื่อโรงงานสั่งซื้อกล้องอุตสาหกรรมแยกเฉพาะตัวกล้อง (Body Only) คือ “ซื้อกล้อง 5MP มาแล้ว แต่พอติดที่หน้างานจริงกลับส่องเห็นชิ้นงานไม่เต็มกรอบ หรือมองไม่เห็นตำหนิขนาดเล็ก” เพราะไม่ได้ทำการ คำนวณเลนส์กล้อง machine vision ให้สัมพันธ์กับขนาดเซนเซอร์ (Sensor Format) และระยะติดตั้ง (Working Distance) ก่อนสั่งซื้อ วิศวกรของ บริษัท เบทเตอร์ โค้ด จำกัด ใช้ 2 สูตรหลักนี้ในการออกแบบระบบให้ลูกค้าทุกโครงการครับ:
สูตรที่ 1: คำนวณความละเอียดกล้อง (Megapixels) จากขนาดตำหนิที่เล็กที่สุด (Smallest Defect Rule)
ในการประมวลผลภาพ Machine Vision อัลกอริทึมต้องการจำนวนพิกเซลอย่างน้อย 3 ถึง 5 พิกเซล คลุมทับลงบนตำหนิหรือเส้นตัวอักษรที่เล็กที่สุด เพื่อให้แยกแยะออกจากสัญญาณรบกวน (Noise) ได้อย่างเสถียร 100%:
ตัวอย่างคำนวณจริง: ต้องการส่องถาดสินค้ากว้าง FOV = 150 มม. เพื่อตรวจจับรอยตำหนิหรือจุดดำขนาดเล็กสุด 0.25 มม. → จำนวนพิกเซลแนวกว้างที่ต้องใช้ = (150 ÷ 0.25) × 4 = 2,400 พิกเซล ซึ่งตรงกับความละเอียดแนวกว้างของกล้อง 5.0MP (2448 × 2048 พิกเซล) รุ่น MV-CS050-10GM พอดี!
สูตรที่ 2: สูตรคำนวณทางยาวโฟกัสเลนส์ C-Mount (Focal Length: f หน่วย มม.)
เมื่อได้รุ่นกล้องแล้ว ให้ดู ความกว้างของเซนเซอร์รับภาพ (Sensor Width หน่วย มม.) ของกล้องรุ่นนั้น แล้วนำมาแทนค่าคู่กับระยะห่างติดตั้งจากหน้าเลนส์ถึงชิ้นงาน (Working Distance - WD) และความกว้างพื้นที่ส่อง (FOV Width):
ตัวอย่างคำนวณจริง: ใช้กล้อง MV-CS050-10GM (เซนเซอร์ 2/3 นิ้ว มีค่า Sensor Width = 8.45 มม.) ติดตั้งเหนือสายพานที่ระยะ WD = 300 มม. และต้องการส่องพื้นที่กว้าง FOV = 150 มม. → คำนวณได้ f = (8.45 × 300) ÷ 150 = 16.9 มม. ในทางปฏิบัติเราจะปัดลงเล็กน้อยเป็นเลนส์มาตรฐาน 16mm C-Mount Lens (เกรดความละเอียด 5MP) เพื่อให้ได้มุมมองกว้างราว 158 มม. เผื่อระยะชิ้นงานขยับซ้าย-ขวาบนสายพานได้อย่างปลอดภัย
ตารางอ้างอิงขนาดเซนเซอร์รับภาพ (Sensor Size & Width มม.) ของกล้อง HIKROBOT สำหรับแทนค่าในสูตรคำนวณเลนส์
| ขนาดเซนเซอร์ (Sensor Format) | ความกว้าง × ความสูงเซนเซอร์จริง (มม.) | ชิปเซนเซอร์ยอดนิยม | ตัวอย่างรหัสรุ่นกล้อง HIKROBOT | การเลือกเลนส์และงานที่เหมาะสม |
|---|---|---|---|---|
| 1/2.9" | 4.96 × 3.72 มม. (ทแยง 6.2 มม.) | Sony IMX273 / IMX296 (Global Shutter) | MV-CS016-10GM (1.6MP, 1440×1080)MV-CA016-10GM | งานตรวจวันที่ผลิต OCR, ตรวจฝาขวด, งานความเร็วสูงถึง 70–100+ fps ในงบเริ่มต้น |
| 1/1.8" | 7.37 × 4.92 มม. (ทแยง 8.9 มม.) | Sony IMX178 (Rolling) / IMX250 (Global) | MV-CE060-10GM / MV-CS060-10GM (6MP, 3072×2048) | งานตรวจชิ้นงานที่หยุดนิ่งขณะถ่ายภาพที่ต้องการความละเอียด 6MP ราคาประหยัด |
| 2/3" (มาตรฐานยอดนิยม) | 8.45 × 7.07 มม. (ทแยง 11.0 มม.) | Sony Pregius IMX264 / IMX250 (Global Shutter) | MV-CS050-10GM (5MP, 2448×2048)MV-CA050-10GM (5MP) | รุ่นเรือธงยอดนิยมอันดับ 1: สมดุลที่สุดทั้งขนาดเซนเซอร์ 2/3 นิ้ว ความคมชัด 5MP และหาเลนส์ C-Mount จับคู่ได้ง่ายที่สุด |
| 1" | 13.13 × 8.76 มม. (ทแยง 15.8 มม.) | Sony IMX183 (Rolling) / IMX255 (Global) | MV-CS200-10GM (20MP, 5472×3648)MV-CA089-10GM (8.9MP) | งานส่องพื้นที่กว้างหรือตรวจรายละเอียดรอยตำหนิขนาดเล็กบนแผงชิ้นงาน |
| 1.1" | 14.13 × 10.35 มม. (ทแยง 17.5 มม.) | Sony Pregius IMX304 / IMX253 (Global Shutter) | MV-CH120-10GM (12MP, 4096×3000) | งานวัดขนาดความแม่นยำสูง (High-Precision Metrology) และการส่องชิ้นงานวิ่งเร็วพื้นที่กว้าง |

เปรียบเทียบ Global Shutter vs Rolling Shutter และกล้องขาวดำ (Mono) vs กล้องสี (Color): 4 กฎเหล็กเลือกฮาร์ดแวร์ไม่ให้ภาพเบลอหน้างานจริง
กฎข้อที่ 1: Global Shutter vs Rolling Shutter — หยุดภาพสายพานความเร็วสูงไร้อาการเบลอบิดเบี้ยว (Zero Jello Effect)
หากชิ้นงานเคลื่อนที่บนสายพานลำเลียงต่อเนื่อง (เช่น สายพานขวดเครื่องดื่ม ซองขนม หรือกล่องที่วิ่งด้วยความเร็ว 20–100+ เมตร/นาที) คุณต้องเลือกกล้อง Global Shutter เท่านั้น (เช่น MV-CS016-10GM หรือ MV-CS050-10GM ที่ใช้ชิปตระกูล Sony Pregius) เพราะทุกพิกเซลจะเปิดรับแสงพร้อมกันในระดับไมโครวินาที (เช่น ตั้ง Exposure Time ไว้ที่ 100–500 µs คู่กับไฟ Strobe) ในขณะที่กล้อง Rolling Shutter (เช่น MV-CE060-10GM หรือ MV-CE120-10GM) จะกวาดรับแสงทีละบรรทัดลงมา ทำให้ภาพชิ้นงานที่กำลังวิ่งเกิดการเอียงโย้ (Skew) จึงเหมาะเฉพาะสถานีที่ชิ้นงานหยุดนิ่งชั่วขณะ (Indexing / Stop-and-Go) เท่านั้น.
กฎข้อที่ 2: กล้องขาวดำ (Monochrome - รหัส M) vs กล้องสี (Color - รหัส C) — ทำไมงาน 80% จึงเลือกกล้องขาวดำ?
หลายคนเข้าใจผิดว่ากล้องสี (เช่น MV-CS050-10GC) น่าจะดีกว่ากล้องขาวดำ (MV-CS050-10GM) แต่ในทางวิศวกรรม กล้องตรวจสอบชิ้นงาน เซนเซอร์สีต้องวางแผ่นกรองแสงสีแดง-เขียว-น้ำเงิน (Bayer Filter) ทับหน้าแต่ละพิกเซลแล้วคำนวณผสมสี (Demosaicing) ทำให้สูญเสียความสว่างไปกว่า 50–60% และความคมของขอบภาพลดลง ในขณะที่กล้องขาวดำ (Mono) รับแสงเข้าพิกเซลโดยตรงเต็ม 100% จึงใช้ความเร็วชัตเตอร์ได้สูงกว่า และเมื่อจับคู่กับไฟ LED สีเฉพาะทาง (เช่น ไฟสีแดงหรือสีน้ำเงิน) จะดึงคอนทราสต์ของตัวอักษร วันที่ผลิต OCR และรอยตำหนิได้คมชัดกว่ามาก.
กฎข้อที่ 3: เลือกเกรดความละเอียดเลนส์ C-Mount (Lens MP Rating & Image Circle) ให้ตรงกับขนาดเซนเซอร์กล้อง
แม้เกลียวหมุนของเลนส์อุตสาหกรรมจะเป็นมาตรฐาน C-Mount (เกลียวขนาด 1 นิ้ว 32 เกลียวต่อนิ้ว ระยะ Flange Back 17.526 มม.) เหมือนกันทั้งหมด แต่เลนส์แต่ละตัวมี ขนาดวงแสง (Image Circle) และ ความละเอียดคู่เส้นต่อมิลลิเมตร (lp/mm) ไม่เท่ากัน หากคุณซื้อกล้อง 5MP เซนเซอร์ 2/3 นิ้ว (MV-CS050-10GM) แต่ไปใส่เลนส์ราคาถูกที่รองรับเซนเซอร์แค่ 1/2 นิ้ว ขอบภาพทั้ง 4 มุมจะมืดดำทันที (Vignetting) หรือหากใช้กล้อง 12MP เซนเซอร์ 1.1 นิ้ว (MV-CH120-10GM) ก็ต้องจับคู่กับเลนส์ C-Mount เกรด 12MP ที่รองรับวงแสงขนาด 1.1 นิ้วโดยเฉพาะ.
กฎข้อที่ 4: การเลือกสายสัญญาณ GigE PoE vs USB 3.0 และการต่อสาย Hirose 6-Pin เชื่อมต่อเซนเซอร์และ PLC
ในโรงงานอุตสาหกรรมที่มีสัญญาณรบกวนทางไฟฟ้า (EMI) จากมอเตอร์อินเวอร์เตอร์และการเดินสายเข้าตู้คอนโทรลระยะไกลเกิน 5 เมตร วิศวกรของเราแนะนำรุ่นพอร์ต GigE PoE (รหัสลงท้าย GM/GC) คู่กับสาย LAN อุตสาหกรรมหุ้มฉนวน (Industrial Shielded Cat6 with Thumbscrew Lock) ที่ลากยาวได้ถึง 100 เมตร พร้อมเชื่อมต่อสาย Hirose 6-pin I/O ของตัวกล้องเข้ากับเซนเซอร์ตรวจจับชิ้นงาน (Photoelectric Trigger) เพื่อสั่งถ่ายภาพทันทีและส่งสัญญาณ Digital Output ไปสั่งกระบอกสูบคัดแยก ระบบคัดแยกสินค้า OK/NG เชื่อมต่อ PLC โดยไม่ดีเลย์.
เช็กลิสต์ 6 ข้อมูลสำหรับส่งชิ้นงานมาทดสอบส่องกล้องและเลนส์จริงฟรี (Free Optical Lab Test) กับ บริษัท เบทเตอร์ โค้ด จำกัด
ไม่ว่าคุณจะต้องการสั่งซื้อเฉพาะฮาร์ดแวร์กล้องอุตสาหกรรม HIKROBOT (เช่น MV-CS050-10GM, MV-CA050-10GM, MV-CS016-10GM, MV-CE120-10GM) พร้อมเลนส์ C-Mount และไฟส่องสว่างไปพัฒนาโปรแกรมต่อเอง หรือต้องการให้ทีมวิศวกรออกแบบ ระบบกล้องตรวจสอบชิ้นงานครบวงจรพร้อมตู้คอนโทรลและชุดคัดแยก OK/NG (ดูรายละเอียด โครงสร้างราคากล้องตรวจสอบชิ้นงาน Vision) เพียงแจ้งข้อมูล 6 ข้อนี้ทาง LINE @bettercode หรือหน้า ขอใบเสนอราคา:
หากมีรหัสรุ่นเดิม เช่น MV-CS050-10GM หรือ MV-CA050-10GM สามารถแจ้งรหัสเพื่อขอใบเสนอราคาได้ทันที หรือระบุสิ่งที่ต้องการตรวจ เช่น ตรวจวันที่ผลิต OCR, วัดขนาด, ตรวจรอยตำหนิ หรือตรวจสี
ระบุความกว้าง × ความยาวของพื้นที่ที่ต้องการให้เห็นใน 1 ภาพ (เช่น 50×40 มม. หรือ 150×120 มม.) และขนาดของตำหนิที่เล็กที่สุดที่ต้องการให้กล้องตรวจพบ (เช่น 0.2 มม.)
พื้นที่เหนือสายพานหรือในเครื่องจักรมีระยะให้ติดหน้าเลนส์ห่างจากชิ้นงานกี่มิลลิเมตร (เช่น 150 มม., 300 มม. หรือ 500 มม.) เพื่อให้ทีมวิศวกรคำนวณทางยาวโฟกัสเลนส์ C-Mount ให้พอดี
ชิ้นงานวิ่งต่อเนื่องด้วยความเร็วกี่ชิ้น/นาที (ต้องใช้ Global Shutter) หรือหยุดนิ่งขณะถ่ายภาพ หรือเป็นงานม้วนฟิล์ม/ขวดหมุน 360° (ต้องใช้กล้อง Line Scan + Encoder)?
ต้องการเชื่อมต่อผ่านพอร์ต GigE PoE หรือ USB 3.0 เข้ากับซอฟต์แวร์ HIKROBOT VisionMaster (VM), MVS SDK (C#/C++/Python) หรือซอฟต์แวร์ Halcon / LabVIEW / Cognex VisionPro (รองรับมาตรฐาน GenICam / GigE Vision 100%)?
บริษัท เบทเตอร์ โค้ด จำกัด จำหน่ายทั้งแยกชิ้น (ตัวกล้อง + เลนส์ C-Mount + ไฟส่องสว่าง + สายเคเบิล) สำหรับ SI/โรงงาน และบริการออกแบบติดตั้งระบบ Turnkey พร้อมชุด Rejector คัดแยกชิ้นงาน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกล้องอุตสาหกรรม HIKROBOT Area Scan & Line Scan และสูตรคำนวณเลนส์ (FAQ)
รหัสรุ่นกล้องอุตสาหกรรม HIKROBOT อย่าง MV-CS050-10GM และ MV-CA050-10GM หมายถึงอะไร และต่างกันอย่างไร?
รหัส MV-CS050-10GM และ MV-CA050-10GM คือกล้องอุตสาหกรรม Area Scan ความละเอียด 5.0 ล้านพิกเซล (050 = 5.0MP, 2448×2048 px) ใช้เซนเซอร์ระดับเรือธง Sony IMX264 Global Shutter ขนาด 2/3 นิ้ว เชื่อมต่อผ่านพอร์ต GigE รองรับการจ่ายไฟผ่านสายแลน PoE (G) และเป็นเซนเซอร์ภาพขาวดำ Monochrome (M) เหมือนกันทุกประการ จุดที่ต่างกันคือ MV-CS050-10GM เป็นโครงสร้างเจนเนอเรชันที่ 2 (MV-CS Second Generation) ที่ออกแบบวงจรระบายความร้อนใหม่ในตัวถังกะทัดรัด 29×29×30 มม. มีน้ำหนักเบาและรองรับฟังก์ชันประมวลผลภาพในตัวกล้อง (ISP) ที่ทันสมัยกว่ารุ่น MV-CA050-10GM ซึ่งเป็นบอดี้รุ่นแรกครับ.
กล้อง Area Scan กับ กล้อง Line Scan ของ HIKROBOT ต่างกันอย่างไร งานแบบไหนควรใช้กล้อง Line Scan?
กล้อง Area Scan (ตระกูล MV-CS, MV-CA, MV-CE, MV-CH) มีเซนเซอร์รับภาพเป็นตารางสี่เหลี่ยม 2 มิติ (เช่น 2448×2048 พิกเซล) ถ่ายภาพชิ้นงานเป็นเฟรมๆ เหมือนกล้องถ่ายรูปทั่วไป เหมาะกับชิ้นงานที่แยกเป็นชิ้นชัดเจน เช่น กล่อง ฝาขวด ถาดอาหาร หรือแผงวงจร PCB ส่วนกล้อง Line Scan (ตระกูล MV-CL) มีเซนเซอร์เรียงกันเป็นเส้นตรง 1 มิติเพียงแถวเดียว (เช่น ความละเอียด 2K = 2048 พิกเซล, 4K = 4096 พิกเซล หรือ 8K = 8192 พิกเซล) จะทำงานร่วมกับ Shaft Encoder เพื่อสแกนภาพทีละบรรทัดด้วยความถี่หลายหมื่นบรรทัดต่อวินาทีแล้วนำมาต่อกันเป็นภาพยาวต่อเนื่อง เหมาะสำหรับงานตรวจแผ่นฟิล์ม ม้วนกระดาษ แผ่นเหล็ก แผงโซลาร์เซลล์ หรือการตรวจฉลากรอบขวดทรงกระบอก 360 องศาที่หมุนอยู่ครับ.
ทำไมงานสายพานวิ่งเร็วต้องใช้กล้อง Global Shutter เท่านั้น ถ้าใช้ Rolling Shutter จะเกิดปัญหาอะไร?
เซนเซอร์แบบ Global Shutter (เช่น ในรุ่น MV-CS016-10GM และ MV-CS050-10GM) จะสั่งให้ทุกพิกเซลบนเซนเซอร์เปิดและปิดรับแสงพร้อมกันในเสี้ยววินาทีเดียว (ระดับไมโครวินาที) ทำให้หยุดภาพชิ้นงานที่กำลังวิ่งเร็วบนสายพานได้คมกริบโดยไม่เกิดการบิดเบี้ยว ในขณะที่เซนเซอร์แบบ Rolling Shutter (เช่น บางรุ่นในตระกูลประหยัด MV-CE060-10UC หรือ MV-CE120-10GM) จะกวาดรับแสงทีละบรรทัดจากบนลงล่าง หากชิ้นงานกำลังเคลื่อนที่เร็วขณะถ่ายภาพ ภาพที่ได้จะเกิดอาการเอียงโย้หรือยืดหดผิดสัดส่วน (Jello / Skew Effect) ทำให้วัดขนาดผิดพลาดและอ่านตัวอักษร OCR ไม่ผ่าน ดังนั้น Rolling Shutter จึงควรใช้เฉพาะจุดที่ชิ้นงานหยุดนิ่ง (Stop-and-Go) หรือเคลื่อนที่ช้ามากเท่านั้นครับ.
วิธีคำนวณเลนส์กล้อง Machine Vision (C-Mount Lens Focal Length) คำนวณอย่างไรถ้าทราบระยะติดตั้งและขนาดชิ้นงาน?
ใช้สูตรมาตรฐานทางออปติก: ทางยาวโฟกัสเลนส์ f (มม.) = (ความกว้างเซนเซอร์รับภาพ Sensor Width มม. × ระยะห่างจากหน้าเลนส์ถึงชิ้นงาน Working Distance มม.) ÷ ความกว้างพื้นที่ส่องเห็น (FOV Width มม.) ยกตัวอย่างเช่น หากคุณเลือกใช้กล้องยอดนิยม HIKROBOT MV-CS050-10GM ซึ่งมีเซนเซอร์ขนาด 2/3 นิ้ว (ความกว้างเซนเซอร์ 8.45 มม.) ติดตั้งห่างจากชิ้นงาน WD = 300 มม. และต้องการส่องพื้นที่กว้าง FOV = 150 มม. จะคำนวณได้ f = (8.45 × 300) ÷ 150 = 16.9 มม. ดังนั้นจึงควรเลือกใช้เลนส์ C-Mount ทางยาวโฟกัสมาตรฐาน 16mm (จะได้มุมมองกว้างเผื่อขอบเล็กน้อยราว 158 มม.) ครับ.
สำหรับการตรวจสอบชิ้นงานในโรงงาน ควรเลือกกล้อง HIKROBOT รุ่นขาวดำ (Mono - รหัสลงท้าย M) หรือรุ่นสี (Color - รหัสลงท้าย C)?
ในงาน Machine Vision กว่า 80% วิศวกรจะเลือกใช้กล้องขาวดำ (Monochrome - ลงท้ายด้วย M เช่น MV-CS050-10GM หรือ MV-CS016-10GM) เนื่องจากเซนเซอร์ขาวดำไม่มีชั้นฟิลเตอร์กรองสี Bayer Pattern ขวางหน้าพิกเซล จึงรับแสงได้ไวกว่ากล้องสีถึง 2–3 เท่า ให้ความคมชัดของขอบชิ้นงาน (Edge Contrast) สูงกว่ามาก เหมาะกับงานตรวจวันที่ผลิต OCR, อ่านบาร์โค้ด, ตรวจรอยขีดข่วน และวัดขนาดชิ้นงานแม่นยำสูง ส่วนกล้องสี (Color - ลงท้ายด้วย C เช่น MV-CS050-10GC) จะเลือกใช้เฉพาะเมื่อโจทย์บังคับให้ต้องแยกแยะสีจริงๆ เช่น ตรวจสีฝาขวดปนกัน ตรวจสีสายไฟ หรือตรวจระดับสีความสุกของอาหารและเบเกอรี่ครับ.
กล้องอุตสาหกรรม HIKROBOT ราคาเท่าไหร่ และสามารถส่งชิ้นงานจริงมาทดสอบกล้องและเลนส์ที่ บริษัท เบทเตอร์ โค้ด จำกัด ได้หรือไม่?
ราคากล้องอุตสาหกรรม HIKROBOT (hikrobot camera ราคา) มีตั้งแต่รุ่นเริ่มต้นความละเอียด 0.4MP–1.6MP (เช่น MV-CS016-10GM) ในงบหลักพันปลายถึงหมื่นต้นๆ รุ่นยอดนิยม 5MP Global Shutter (MV-CS050-10GM / MV-CA050-10GM) ไปจนถึงรุ่นความละเอียดสูง 12MP–65MP และกล้อง Line Scan ซึ่งราคาจะขึ้นอยู่กับชนิดเซนเซอร์ ความละเอียด เลนส์ C-Mount และไฟส่องสว่าง Machine Vision Light คุณสามารถส่งตัวอย่างชิ้นงานจริงมาให้ทีมวิศวกร บริษัท เบทเตอร์ โค้ด จำกัด (ตัวแทนจำหน่าย HIKROBOT อย่างเป็นทางการในประเทศไทย) ทดสอบส่องด้วยกล้องและเลนส์ขนาดต่างๆ พร้อมรับรายงานผลภาพถ่ายจริงและใบเสนอราคาได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายครับ.
ขอใบเสนอราคากล้องอุตสาหกรรม HIKROBOT หรือส่งชิ้นงานทดสอบกล้องและเลนส์จริงฟรีกับ บริษัท เบทเตอร์ โค้ด จำกัด
ไม่ว่าคุณจะต้องการสั่งซื้อกล้องอุตสาหกรรม HIKROBOT รุ่นยอดนิยมอย่าง MV-CS050-10GM, MV-CA050-10GM, MV-CS016-10GM, MV-CE120-10GM, กล้อง Line Scan ตระกูล MV-CL และเลนส์ C-Mount แท้พร้อมสต๊อกในไทย หรือต้องการวางระบบ กล้องตรวจสอบชิ้นงาน, กล้องตรวจวันที่ผลิต OCR, เครื่องอ่านบาร์โค้ดอุตสาหกรรม HIKROBOT และ ระบบคัดแยก OK/NG เชื่อมต่อ PLC ทีมวิศวกร บริษัท เบทเตอร์ โค้ด จำกัด (ตัวแทนจำหน่าย HIKROBOT อย่างเป็นทางการในประเทศไทย) พร้อมดูแลคุณครบวงจร.
แหล่งข้อมูลอ้างอิงทางวิศวกรรมและมาตรฐานกล้องอุตสาหกรรม Machine Vision
- เอกสารข้อมูลจำเพาะทางเทคนิคกล้องอุตสาหกรรม HIKROBOT Area Scan (MV-CS Gen2, MV-CA, MV-CE, MV-CH Series), กล้อง Line Scan (MV-CL Series) และเลนส์อุตสาหกรรม C-Mount / F-Mount: ฝ่ายวิศวกรรมระบบภาพเครื่องจักร บริษัท เบทเตอร์ โค้ด จำกัด (Better Code Co., Ltd. — ตัวแทนจำหน่าย HIKROBOT อย่างเป็นทางการในประเทศไทย)
- มาตรฐานการเชื่อมต่อและควบคุมกล้องอุตสาหกรรมสากล AIA GigE Vision, USB3 Vision, CoaXPress (CXP) และ EMVA 1288 Standard for Characterization of Image Sensors and Cameras ร่วมกับซอฟต์แวร์ประมวลผลภาพ HIKROBOT MVS SDK และ VisionMaster (VM)






