วิธีคำนวณต้นทุนค่าหมึกและเมคอัพต่อชิ้น: เทียบเครื่องพิมพ์วันที่ CIJ vs TIJ vs Laser แบบละเอียด

เครื่องพิมพ์วันที่ CIJ, TIJ และ Laser คิดต้นทุนต่อชิ้นอย่างไร และระบบไหนประหยัดกว่ากัน?
ต้นทุนการพิมพ์วันที่ต่อชิ้นคำนวณต่างกันตามเทคโนโลยี: เครื่องพิมพ์วันที่ CIJ นำ (ค่าหมึกที่ยิงจริง + ค่าน้ำยาเมคอัพที่ระเหยตามชั่วโมงเปิดเครื่อง) ÷ จำนวนชิ้นทั้งหมด จึงประหยัดที่สุดเมื่อเดินไลน์ต่อเนื่องปริมาณมาก ส่วน เครื่องพิมพ์วันที่ TIJ คิดจาก ราคาตลับหมึก ÷ จำนวนพิมพ์ต่อตลับ โดยไม่มีเมคอัพระเหยทิ้ง เหมาะกับงานกะเดียวหรือเปลี่ยนล็อตบ่อย และ เครื่องพิมพ์วันที่เลเซอร์ (Laser) มีค่าหมึกและเมคอัพ 0 บาท คิดเฉพาะค่าไฟและไส้กรองดูดควัน จึงคุ้มค่าสูงสุดในระยะยาว.
เปิด 3 สูตรคำนวณต้นทุนการพิมพ์วันที่ต่อชิ้น: CIJ vs TIJ vs Laser
ปัญหาที่ฝ่ายจัดซื้อและผู้จัดการโรงงานพบบ่อยที่สุดคือ การดูเฉพาะ “ราคาหมึกต่อขวด” หรือ “ราคาตลับหมึก” เพียงอย่างเดียวโดยไม่นำพฤติกรรมการใช้เมคอัพและชั่วโมงการเปิดเครื่องมาคำนวณด้วย ในความเป็นจริง โครงสร้างต้นทุนผันแปรของ เครื่องพิมพ์วันที่ ทั้ง 3 เทคโนโลยีมีตัวแปรหลักที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ดังนี้:

เครื่องพิมพ์วันที่ CIJ (FASTJET F650 / F640)
ในระบบ CIJ หมึกเครื่องพิมพ์วันที่จะถูกใช้ตามจำนวนหยดที่ยิงลงบนชิ้นงานจริง แต่ น้ำยาเมคอัพ (Make-Up / ตัวทำละลาย) จะระเหยออกสู่บรรยากาศตลอดเวลาที่เปิดเครื่องวิ่งสายหมึกเพื่อรักษาความหนืด
เครื่องพิมพ์วันที่ TIJ (FASTJET F3500 / S510)
ระบบ TIJ บรรจุหมึกและหัวพิมพ์ไว้ในตลับปิดสนิท ยิงหยดหมึกเฉพาะเสี้ยววินาทีที่เซนเซอร์ตรวจพบชิ้นงานเท่านั้น
เครื่องพิมพ์วันที่เลเซอร์ (FASTJET F7100 Series)
ใช้ลำแสงเลเซอร์ (CO₂, UV หรือ Fiber) เปลี่ยนสีผิวหรือสลักรหัสลงบนพื้นผิวบรรจุภัณฑ์โดยตรงโดยไม่ต้องพึ่งพาเคมีหมึก
ตารางเปรียบเทียบโครงสร้างต้นทุนวัสดุสิ้นเปลือง 7 มิติ: CIJ vs TIJ vs Laser
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่าทำไมโรงงานที่มีรูปแบบการเดินสายพานต่างกันจึงมีต้นทุนต่อชิ้นไม่เท่ากัน ตารางด้านล่างนี้สรุปองค์ประกอบค่าใช้จ่ายทั้ง 7 มิติของเครื่องพิมพ์แต่ละระบบ (ดูรายละเอียดราคารวมตัวเครื่องเพิ่มเติมที่บทความ เครื่องพิมพ์วันที่ราคาเท่าไหร่?):
| มิติต้นทุนวัสดุสิ้นเปลือง | เครื่องพิมพ์วันที่ CIJ (พ่นหมึกต่อเนื่อง) | เครื่องพิมพ์วันที่ TIJ (ตลับหมึกความร้อน) | เครื่องพิมพ์วันที่ Laser (มาร์กด้วยแสง) |
|---|---|---|---|
| 1. หมึกพิมพ์ (Ink Cost) | ใช้หมึกขวดเติมในถังพัก คิดตามจำนวนดอทและจำนวนชิ้นที่พิมพ์จริง มีให้เลือกทั้งหมึกดำ หมึกสี และหมึกทนความร้อน/ไอน้ำ (ดูหมึกเครื่องพิมพ์วันที่ ↗) | ใช้ตลับหมึกสำเร็จรูป (เช่น ตลับ 42 มล. ที่มีหัวพิมพ์ในตัว) คิดตามจำนวนหยดที่ยิงลงชิ้นงานจริงและความเข้ม DPI | 0 บาท (ไม่ใช้หมึกพิมพ์ตลอดอายุการใช้งาน) |
| 2. น้ำยาเมคอัพ / การระเหยขณะเดินเครื่อง (Make-Up Evaporation) | มีค่าเมคอัพ โดยอัตราการระเหยขึ้นอยู่กับชั่วโมงการเปิดเครื่องและอุณหภูมิห้องผลิตเป็นหลัก แม้สายพานหยุดรอชิ้นงานแต่เปิดสายหมึกไว้ เมคอัพก็ยังระเหยต่อเนื่อง | 0 บาท (ไม่ใช้น้ำยาเมคอัพ) หมึกอยู่ในตลับปิดสนิท ไม่มีการระเหยทิ้งเมื่อไม่ได้สั่งยิงหมึก | 0 บาท (ไม่ใช้น้ำยาเมคอัพหรือตัวทำละลายเคมี) |
| 3. น้ำยาล้างหัวพิมพ์และการสูญเสียตอนเปิด-ปิดเครื่อง (Flush & Cleaning) | มีระบบดูดกลับอัตโนมัติตอนปิดเครื่องตามขั้นตอน แต่ต้องใช้น้ำยาล้าง (Wash Solution) บ้างเมื่อทำความสะอาดหัวพิมพ์ตามรอบ | ไม่เสียหมึกล้างหัวตอนเปิด-ปิดเครื่อง (Zero Flush Waste) เพียงเช็ดหน้าตลับเบาๆ ด้วยผ้าไร้ขนเมื่อเริ่มงาน | 0 บาท เพียงเช็ดทำความสะอาดเลนส์หน้าหัวเลเซอร์ตามรอบปกติ |
| 4. ชุดฟิลเตอร์และอะไหล่สิ้นเปลืองตามรอบ (Filters & Periodic Parts) | มีชุดกรองหมึก (Ink Filter Assembly) และค่าบำรุงรักษาตามชั่วโมงการทำงานของปั๊ม (เช่น ทุก 4,000–8,000 ชม. ตามรุ่น) | ไม่มีฟิลเตอร์หมึกในตัวเครื่อง เพราะทุกครั้งที่เปลี่ยนตลับหมึกใหม่ จะได้หัวพ่นหมึก (Nozzle) ใหม่แกะกล่องทันที | มีเฉพาะไส้กรองเครื่องดูดควัน (Fume Extractor Filter) ที่เปลี่ยนตามปริมาณฝุ่นควันจากการสลักพื้นผิว |
| 5. พฤติกรรมเมื่อเปิดเครื่องทิ้งไว้แต่เดินไลน์ไม่ต่อเนื่อง (Idle Behavior) | ต้นทุนเมคอัพต่อชิ้นจะสูงขึ้น หากเปิดเครื่องทิ้งไว้หลายชั่วโมงแต่มีชิ้นงานวิ่งผ่านน้อย | ประหยัดมาก เพราะช่วงที่สายพานหยุด เครื่องจะไม่ใช้หมึกเลยแม้แต่หยดเดียว | ไม่เสียวัสดุสิ้นเปลือง ใช้เพียงพลังงานไฟฟ้าสแตนด์บายต่ำมาก |
| 6. ความคุ้มค่าตามปริมาณการผลิตต่อวัน (Optimal Daily Volume) | คุ้มค่าสูงสุดเมื่อผลิตต่อเนื่อง 15,000 – 200,000+ ชิ้น/วัน (เดินไลน์เร็ว 8–24 ชม./วัน) | คุ้มค่าสูงสุดสำหรับงาน 500 – 15,000 ชิ้น/วัน งานเปลี่ยนล็อตบ่อย หรืองานเน้น Barcode / QR Code คมชัดสูง | คุ้มค่าสูงสุดสำหรับไลน์ผลิตระยะยาวหลายปีที่ต้องการตัดงบซื้อหมึกรายเดือนให้เหลือศูนย์ |
| 7. รุ่นเครื่อง FASTJET แนะนำโดย บริษัท เบทเตอร์ โค้ด จำกัด | FASTJET F650 / F640 / F500 ↗ | FASTJET F3511 / F3541 / มือถือ S510 ↗ | FASTJET F7100C (CO₂) / F7100U (UV) / F7100F (Fiber) ↗ |

ตารางจำลองวิธีคำนวณต้นทุนต่อชิ้น (Step-by-Step Cost-Per-Print Worksheet) สำหรับ 3 รูปแบบโรงงานจริง
| ขั้นตอนการคำนวณ / ตัวแปรหน้างาน | โรงงานที่ 1: เดินไลน์เร็วต่อเนื่อง 16–24 ชม./วัน (50,000–200,000+ ชิ้น/วัน) | โรงงานที่ 2: เดินไลน์กะเดียว หรือเปลี่ยนล็อตบ่อย (1,000–15,000 ชิ้น/วัน) | โรงงานที่ 3: ไลน์ผลิตระยะยาวที่ต้องการตัดงบวัสดุสิ้นเปลืองรายเดือน (Zero Consumables) |
|---|---|---|---|
| ลักษณะสินค้าและบรรจุภัณฑ์ | ขวดน้ำดื่ม ขวดเครื่องดื่ม กระป๋อง หรือซองพลาสติกวิ่งด้วยความเร็วสูง | กล่องเวชภัณฑ์ ซองฟอยล์ ถุงกาแฟ หรือกล่องลูกฟูกที่มีการสลับ SKU ระหว่างวัน | ขวด PET ซองฟิล์ม กล่องกระดาษ หรือชิ้นส่วนโลหะที่ผลิตซ้ำสม่ำเสมอหลายปี |
| ตัวแปรที่ 1: จำนวนชิ้นพิมพ์ต่อวัน (N) | N = 50,000 ถึง 200,000+ ชิ้น/วัน (ตัวหารจำนวนชิ้นใหญ่มาก) | N = 1,000 ถึง 15,000 ชิ้น/วัน (ตัวหารจำนวนชิ้นปานกลาง-น้อย) | N = ต่อเนื่องทุกกะตลอด 3–5 ปี |
| ตัวแปรที่ 2: ชั่วโมงเปิดเครื่องต่อวัน (H) | H = 16–24 ชม./วัน เดินสายพานเต็มกำลังแทบไม่มีช่วงเปิดเครื่องทิ้งว่าง | H = เปิดทิ้งไว้ 8 ชม. แต่สายพานเดินจริงเพียง 2–4 ชม. (มีช่วงหยุดรอเปลี่ยนล็อต) | H = 8–24 ชม./วัน โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการระเหยของโซลเวนต์ |
| วิธีแทนค่าคำนวณระบบ CIJ (ตัวอย่างการคำนวณจำลอง) | [(ค่าหมึกต่อขวด ÷ จำนวนพิมพ์ต่อขวด) × N + (อัตราใช้เมคอัพ มล./ชม. × H × ราคาเมคอัพ/มล.)] ÷ N→ ต้นทุนต่อชิ้นต่ำที่สุด เพราะตัวหาร N สูงมากจนสัดส่วนค่าเมคอัพต่อชิ้นเหลือน้อยมาก | หากเปิด CIJ ทิ้งไว้ 8 ชม. แต่พิมพ์เพียง 2,000 ชิ้น ค่าระเหยเมคอัพ (มล./ชม. × 8 ชม.) จะถูกหารด้วยจำนวนชิ้นที่น้อย ทำให้ค่าเมคอัพต่อชิ้นสูงกว่าค่าหมึกจริงหลายเท่า | มีภาระต้องสั่งซื้อหมึกและเมคอัพทุกเดือน และต้องดูแลชุดฟิลเตอร์ตามรอบชั่วโมง |
| วิธีแทนค่าคำนวณระบบ TIJ (ตัวอย่างการคำนวณจำลอง) | ราคาตลับหมึก TIJ ÷ จำนวนชิ้นต่อตลับ→ ต้นทุนต่อหยดคงที่ จึงมีค่าใช้จ่ายรวมต่อเดือนสูงกว่า CIJ เมื่อพิมพ์เกินหลายหมื่นชิ้นต่อวัน หรือเมื่อต้องยิงบนผิวโค้งลึก | ราคาตลับหมึก TIJ ÷ จำนวนชิ้นต่อตลับ (เช่น พิมพ์ 2 บรรทัดได้หลายแสนชิ้นต่อตลับ)→ ประหยัดที่สุดสำหรับกลุ่มนี้! เพราะช่วงสายพานหยุดเสียค่าเมคอัพ = 0 บาท เสียเฉพาะหยดหมึกที่ยิงจริง | สะดวกมากแต่ยังต้องสั่งซื้อตลับหมึกตามปริมาณการผลิตจริง |
| วิธีแทนค่าคำนวณระบบ Laser (ตัวอย่างการคำนวณจำลอง) | (ค่าไฟฟ้า + ค่าไส้กรองดูดควันตามรอบ) ÷ N→ ค่าหมึกและเมคอัพ 0 บาท คืนทุนค่าเครื่องไวมากในไลน์ความเร็วสูง | ค่าหมึก 0 บาท แต่หากจำนวนชิ้นต่อวันน้อย ระยะเวลาคืนทุนค่าเครื่องเริ่มต้นจะนานกว่า TIJ (ยกเว้นเลือกเช่าเครื่องเลเซอร์) | ค่าหมึก = 0 บาท + ค่าเมคอัพ = 0 บาท→ คุ้มค่าสูงสุดในระยะยาว ตัดงบจัดซื้อหมึกรายเดือนออกได้ 100% รหัสติดถาวรลบไม่ออก |
| สรุปรุ่น FASTJET ที่ชนะด้านต้นทุนในหน้างานนี้ | FASTJET F650 / F640 (CIJ) หรือ FASTJET F7100 (Laser) | FASTJET F3511 / F3541 (TIJ) หรือรุ่นมือถือ S510 | FASTJET F7100C (CO₂) / F7100U (UV) / F7100F (Fiber) |


5 ตัวแปรหน้างานที่ทำให้โรงงานเปลืองหมึกและเมคอัพเกินจำเป็น (พร้อมวิธีลดต้นทุน 15–35% ทันที)
แม้จะเลือกเครื่องพิมพ์วันที่รุ่นเดียวกับโรงงานอื่น แต่ทำไมบางไลน์ผลิตกลับซื้อเมคอัพและหมึกบ่อยกว่าปกติ? ทีมวิศวกรบริการของ บริษัท เบทเตอร์ โค้ด จำกัด สรุป 5 สาเหตุหลักที่พบจริงในโรงงาน พร้อมแนวทางปรับตั้งค่าที่ช่วยลดค่าวัสดุสิ้นเปลืองได้ทันที 15–35%:
การเปิดเครื่อง CIJ ทิ้งไว้โดยไม่ได้เดินสายพาน (Idle Make-Up Evaporation)
เครื่องพิมพ์ระบบ CIJ ต้องหมุนเวียนสายหมึกผ่านหัวพิมพ์ตลอดเวลาที่เปิดเครื่อง แม้สายพานจะหยุดรอวัตถุดิบหรือเปลี่ยนล็อต น้ำยาเมคอัพ (Make-Up) ก็ยังคงระเหยตามชั่วโมงที่เปิดเครื่องจริง การเปิดเครื่องแช่ไว้ทั้งวันเพื่อพิมพ์เพียงไม่กี่ชั่วโมงจึงทำให้สัดส่วนค่าเมคอัพต่อชิ้นพุ่งสูงกว่าค่าหมึกหลายเท่าตัว
อุณหภูมิห้องผลิตสูงเกินไปทำให้ตัวทำละลายระเหยเร็ว (Ambient Temperature Effect)
น้ำยาเมคอัพของเครื่อง CIJ มีจุดเดือดต่ำเพื่อให้หมึกแห้งไวในเสี้ยววินาที หากรอบจุดติดตั้งเครื่องพิมพ์มีอุณหภูมิสูง เช่น อยู่ใกล้เตาอบ อุโมงค์หดฟิล์ม (Shrink Tunnel) หรือห้องที่ไม่มีการระบายอากาศ อัตราการระเหยของเมคอัพต่อชั่วโมงจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
การตั้งค่าขนาดหยดหมึก (Drop Size / Boldness) และจำนวนตัวอักษรเกินจำเป็น
หลายโรงงานตั้งค่าความหนาตัวอักษร (Bold / Double Dot) หรือพิมพ์คำนำหน้าซ้ำซ้อนโดยไม่จำเป็น ซึ่งทุกจุดดอท (Dot Matrix) ที่เพิ่มขึ้นหมายถึงปริมาณหยดหมึกที่ถูกยิงออกไปมากขึ้นตามสัดส่วนโดยตรงทั้งในระบบ CIJ และ TIJ
การตั้งค่าความละเอียด DPI และความเข้มหมึกของเครื่อง TIJ สูงเกินความต้องการอ่านจริง
เครื่องพิมพ์วันที่ TIJ สามารถพิมพ์ความละเอียดสูงถึง 300×300 หรือ 600 dpi แต่สำหรับการพิมพ์วันที่ผลิต-วันหมดอายุทั่วไป ความละเอียด 300×150 dpi หรือโหมดประหยัดหมึก (Eco / Draft Mode) ก็ให้ความคมชัดสูงมากแล้ว การตั้งความละเอียดสูงสุดตลอดเวลาจะทำให้จำนวนชิ้นต่อตลับลดลงเกือบครึ่ง
การเลือกชนิดหมึกไม่ตรงพื้นผิวทำให้ต้องล้างหัวพิมพ์บ่อยหรือเกิดของเสีย (Rework & Flush Waste)
การใช้หมึกที่ยึดเกาะไม่ดีกับฟิล์มลามิเนต ขวดเปียกไอน้ำ หรือซองเข้าห้องรีทอร์ท ทำให้เกิดงานพิมพ์เลือน ต้องเสียเวลาเช็ดล้างพิมพ์ซ้ำ หรือต้องสั่งล้างหัวพิมพ์ (Nozzle Flush) บ่อยครั้ง ซึ่งใช้น้ำยาล้างและหมึกสิ้นเปลืองโดยไม่ได้ชิ้นงาน
สำหรับทีมจัดซื้อและวิศวกร: สิ่งที่ได้รับเมื่อส่งชิ้นงานมาประเมินต้นทุนค่าหมึกจริงกับ บริษัท เบทเตอร์ โค้ด จำกัด
ไม่ต้องคาดเดาจากตัวเลขโฆษณาทั่วไป เพียงส่งตัวอย่างบรรจุภัณฑ์จริงของคุณมาให้ทีมวิศวกรของ บริษัท เบทเตอร์ โค้ด จำกัด เราพร้อมจัดทำรายงานเปรียบเทียบให้ครบทั้งด้านเทคนิคและงบประมาณฟรี ก่อนตัดสินใจเช่าเครื่องพิมพ์วันที่หรือซื้อขาด (อ่านเปรียบเทียบเพิ่มเติมที่ เช่าเครื่องพิมพ์วันที่ vs ซื้อขาด แบบไหนคุ้มกว่า?):
ทดสอบยิงวันที่ เลขล็อต และ QR Code ด้วยเครื่องจริงทั้งระบบ CIJ, TIJ และ Laser พร้อมถ่ายภาพและส่งชิ้นงานจริงกลับให้ฝ่าย QA และฝ่ายผลิตตรวจสอบความคมชัดและการยึดเกาะ
คำนวณปริมาณการใช้หมึกและน้ำยาเมคอัพต่อเดือนตามจำนวนตัวอักษร ขนาดดอท ความเร็วสายพาน และชั่วโมงเปิดเครื่องจริงของโรงงานคุณ เพื่อให้ฝ่ายจัดซื้อเปรียบเทียบ TCO ได้โปร่งใส
สรุปตัวเลือกทั้งแบบซื้อขาดและแบบเช่าเครื่อง (ขั้นต่ำ 3 เดือน รวมติดตั้ง อบรม และซ่อมดูแลตลอดสัญญา) เพื่อเลือกแผนที่เหมาะกับงบ CAPEX หรือ OPEX ของบริษัท
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการคำนวณต้นทุนค่าหมึกและเมคอัพเครื่องพิมพ์วันที่ (FAQ)
ทำไมเครื่องพิมพ์วันที่ CIJ ถึงเปลืองน้ำยาเมคอัพมากกว่าหมึกพิมพ์?
เพราะเครื่องพิมพ์ระบบ CIJ ต้องผสมน้ำยาเมคอัพ (Make-Up Solvent) เพื่อรักษาความหนืดของสายหมึกที่วิ่งวนผ่านหัวพิมพ์ตลอดเวลาที่เปิดเครื่อง เมคอัพจะระเหยไปในอากาศตามชั่วโมงการเปิดเครื่องและอุณหภูมิห้องผลิต แม้ในจังหวะที่สายพานหยุดรอชิ้นงาน ในขณะที่หมึกพิมพ์จะถูกใช้เฉพาะเมื่อยิงลงบนชิ้นงานจริงเท่านั้น.
เครื่องพิมพ์วันที่ TIJ ตลับหนึ่งพิมพ์ได้กี่ชิ้น และคิดต้นทุนต่อชิ้นอย่างไร?
จำนวนชิ้นที่พิมพ์ได้ต่อตลับหมึก TIJ (เช่น ตลับขนาด 42 มล.) ขึ้นอยู่กับจำนวนบรรทัด จำนวนตัวอักษร ขนาดความสูงฟอนต์ และความละเอียด DPI ที่ตั้งค่า สูตรคำนวณคือ ราคาตลับหมึก ÷ จำนวนครั้งที่พิมพ์ได้จริงต่อตลับ โดยระบบ TIJ ไม่มีค่าน้ำยาเมคอัพและไม่เสียหมึกล้างหัวพิมพ์ตอนเปิด-ปิดเครื่อง.
ถ้าเดินไลน์ผลิตวันละไม่เกิน 5,000–10,000 ชิ้น ควรใช้ CIJ หรือ TIJ ถึงจะประหยัดค่าหมึกกว่ากัน?
หากเดินไลน์วันละ 1,000–15,000 ชิ้น หรือเปิดเครื่องทิ้งไว้แต่เดินสายพานไม่ต่อเนื่อง ระบบ TIJ (เช่น FASTJET F3500 Series หรือรุ่นมือถือ S510) มักให้ต้นทุนรวมต่อเดือนประหยัดกว่า เพราะเสียค่าหมึกเฉพาะหยดที่ยิงลงชิ้นงานจริง ไม่ต้องเสียค่าน้ำยาเมคอัพระเหยทิ้งระหว่างรอสายพานเหมือนระบบ CIJ.
เครื่องพิมพ์วันที่เลเซอร์ (Laser) มีต้นทุนต่อชิ้นเป็นศูนย์จริงไหม?
เครื่องพิมพ์วันที่เลเซอร์ (CO2, UV, Fiber) มีต้นทุนค่าหมึกพิมพ์และน้ำยาเมคอัพเท่ากับ 0 บาทตลอดอายุการใช้งาน แต่ในการคำนวณต้นทุนวิศวกรรม (TCO) จะคิดจากค่าไฟฟ้าของชุดกำเนิดเลเซอร์ ค่าไส้กรองเครื่องดูดควัน (Fume Extractor Filter) ตามรอบชั่วโมง และค่าเสื่อมราคาเครื่องหารด้วยจำนวนชิ้นที่พิมพ์ทั้งหมด.
จะรู้ต้นทุนค่าหมึกต่อชิ้นที่แม่นยำสำหรับบรรจุภัณฑ์ของโรงงานตัวเองได้อย่างไร?
คุณสามารถส่งตัวอย่างชิ้นงานจริง ข้อความที่ต้องพิมพ์ (เช่น MFG/EXP 2 บรรทัด หรือ QR Code) และจำนวนผลิตต่อวันมาให้ บริษัท เบทเตอร์ โค้ด จำกัด ทดสอบพิมพ์จริงและคำนวณตารางเปรียบเทียบต้นทุนค่าหมึกต่อชิ้นระหว่าง CIJ, TIJ และ Laser ให้ฟรีก่อนตัดสินใจเช่าหรือซื้อ.
บริการเช่าเครื่องพิมพ์วันที่กับซื้อขาด คิดค่าหมึกและเมคอัพต่างกันไหม?
ไม่ว่าจะเลือกเช่าเครื่องพิมพ์วันที่ (ขั้นต่ำ 3 เดือน รวมติดตั้งและซ่อมดูแลตลอดสัญญา) หรือซื้อเครื่องขาดกับ บริษัท เบทเตอร์ โค้ด จำกัด ค่าหมึกพิมพ์และน้ำยาเมคอัพจะคิดตามปริมาณการใช้งานจริงของโรงงานเหมือนกันทุกประการ.
ส่งชิ้นงานมาทดสอบพิมพ์และคำนวณต้นทุนค่าหมึกต่อชิ้นฟรีกับ บริษัท เบทเตอร์ โค้ด จำกัด
แจ้งชนิดบรรจุภัณฑ์ ข้อความที่ต้องพิมพ์ จำนวนชิ้นต่อวัน และชั่วโมงเดินเครื่อง ทีมวิศวกรของ บริษัท เบทเตอร์ โค้ด จำกัด พร้อมช่วยคำนวณเปรียบเทียบต้นทุนระหว่าง CIJ, TIJ และ Laser พร้อมทำใบเสนอราคาให้ครบทั้งแบบซื้อและเช่า.
ขอใบเสนอราคาและตารางคำนวณต้นทุนหมึก ↗ดูข้อมูลหมึกและน้ำยาเมคอัพ ↗ส่งรูปชิ้นงานทาง LINE @bettercode ↗แหล่งข้อมูลอ้างอิงทางเทคนิคและขอบเขตการประเมิน
- หลักการคำนวณอัตราการใช้หมึกพิมพ์ น้ำยาเมคอัพ (Make-Up Solvent) และตลับหมึกความร้อน: มาตรฐานวิศวกรรมประยุกต์ของ บริษัท เบทเตอร์ โค้ด จำกัด (Better Code Co., Ltd.) ตัวแทนจำหน่ายเครื่องพิมพ์วันที่ FASTJET อย่างเป็นทางการในประเทศไทย
- ข้อมูลจำเพาะของเครื่องพิมพ์วันที่ FASTJET F650 / F640 (CIJ), FASTJET F3500 Series / S510 (TIJ) และ FASTJET F7100 Series (CO2 / UV / Fiber Laser)
