CIJ หรือ TIJ แบบไหนเหมาะกับสายการผลิตของคุณ?
เรียบเรียงโดย บริษัท เบทเตอร์ โค้ด จำกัด | ปรับปรุง 4 กันยายน 2569 | อ้างอิงโบรชัวร์ FASTJET
เลือกให้เหมาะกับงานของคุณ ไม่ใช่เลือกจากสเปกสูงสุด
CIJ เหมาะกับงานพิมพ์วันที่และรหัสบนสายการผลิตที่ต้องเผื่อระยะหัวพิมพ์ หรือมีพื้นผิวโค้ง ส่วน TIJ เหมาะกับงานที่ต้องการตัวอักษรและโค้ดความละเอียดสูง โดยควบคุมระยะหัวพิมพ์ใกล้ชิ้นงานได้ดี ทั้งสองเทคโนโลยีใช้ในโรงงานได้ การตัดสินใจควรดูวัสดุ หมึก ความเร็ว ขนาดข้อความ และต้นทุนจริง ไม่ใช่ขนาดธุรกิจเพียงอย่างเดียว
เริ่มจากสินค้าที่คุณผลิต ข้อความที่ต้องพิมพ์ และวิธีทำงานของทีม แล้วค่อยเลือกเทคโนโลยีและรุ่นเครื่อง สเปก FASTJET ช่วงท้ายเป็นข้อมูลประกอบ ไม่ใช่คำตอบแทนการทดลองพิมพ์
1. งานของคุณอยู่ในกลุ่มไหน?
ตัวอย่างต่อไปนี้ช่วยให้เห็นจุดเริ่มต้นในการเลือก ไม่ใช่การแบ่งว่าธุรกิจเล็กต้องใช้ TIJ หรือโรงงานใหญ่ต้องใช้ CIJ ลูกค้าในอุตสาหกรรมเดียวกันอาจเหมาะกับเครื่องคนละระบบได้
พิมพ์วันที่บนขวด กระป๋อง หรือชิ้นงานผิวโค้ง
เริ่มประเมิน CIJ หากต้องเผื่อระยะระหว่างหัวพิมพ์กับสินค้า แต่ต้องทดลองตำแหน่งพิมพ์จริง โดยเฉพาะเมื่อชิ้นงานแกว่งหรือระยะเปลี่ยน ไม่ใช่ว่าผิวโค้งทุกแบบจะพิมพ์ได้โดยไม่ต้องจัดแนว
สิ่งที่ควรส่งให้ผู้ขาย: ภาพตำแหน่งพิมพ์ ขนาดตัวอักษร จำนวนบรรทัด ความเร็วสายพาน และตัวอย่างวัสดุ
พิมพ์ข้อความละเอียด โลโก้ หรือ QR Code บนกล่อง
เริ่มประเมิน TIJ หากผิวบริเวณพิมพ์ค่อนข้างเรียบและรักษาระยะใกล้หัวพิมพ์ได้ดี เช่น F3500 ระบุระยะเหมาะสม 1 มม. แต่ต้องตรวจว่าความละเอียดที่เลือกทำงานทันความเร็วสายพาน และหมึกเข้ากับผิวกล่อง
สิ่งที่ควรทดสอบ: พิมพ์ข้อความจริงที่ขนาดต้องการ ตรวจการถูและการสแกนโค้ดด้วยเครื่องอ่านที่จะใช้งาน
ผลิตต่อเนื่องหลายกะและหยุดสายการผลิตได้ยาก
ควรประเมินทั้ง CIJ และ TIJ โดยให้ความสำคัญกับความเร็วที่พิมพ์ได้จริง ปริมาณหมึกที่ใช้ การเปลี่ยนวัสดุสิ้นเปลือง เวลาบำรุงรักษา และบริการหลังการขาย ไม่ควรเลือกจากค่าความเร็วสูงสุดในโบรชัวร์เพียงอย่างเดียว
ข้อมูลสำคัญ: ชั่วโมงทำงานต่อวัน จำนวนชิ้นต่อกะ ช่วงเวลาที่หยุดเครื่องได้ และผลกระทบเมื่อพิมพ์ไม่ผ่านเกณฑ์
ผลิตเป็นช่วง ๆ เปลี่ยนสินค้าและข้อความบ่อย
ให้ประเมินความสะดวกของผู้ใช้งานเป็นหลัก เปรียบเทียบขั้นตอนเริ่มและหยุดเครื่อง การเรียกข้อความ การปรับตำแหน่งหัวพิมพ์ และการดูแลหมึกระหว่างพักงาน ทั้ง CIJ และ TIJ ต้องพิจารณาตามคู่มือรุ่นและชนิดหมึก ไม่ควรถือว่าผลิตน้อยแล้ว TIJ คุ้มกว่าเสมอ
สิ่งที่ควรทดลอง: ให้ผู้ปฏิบัติงานจริงเปลี่ยนข้อความและสินค้า แล้วดูเวลาเตรียมงานและโอกาสตั้งค่าผิด
พิมพ์บนพลาสติก ฟิล์ม หรือพื้นผิวเคลือบ
เริ่มจากการทดสอบหมึกกับวัสดุ ก่อนตัดสินใจเลือกระบบ ตรวจเวลาแห้ง การยึดเกาะและการถูตามสภาพใช้งานจริง ทั้ง CIJ และ TIJ ต้องเลือกสูตรหมึกที่รองรับวัสดุนั้น ส่วนฟิล์มที่ขยับหรือย่นต้องประเมินวิธีจับยึดและตำแหน่งติดตั้งร่วมด้วย
ข้อมูลสำคัญ: ชนิดวัสดุ การเคลือบผิว สภาพแวดล้อม และสิ่งที่สินค้าเจอหลังพิมพ์ เช่น การเสียดสีหรือความชื้น
หากต้องการตรวจวันที่หรือโค้ดทุกชิ้น ควรประเมินการทำงานร่วมกับ กล้อง Vision ตรวจสอบชิ้นงาน และระบบคัดแยก ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะเครื่องพิมพ์
หากยังไม่แน่ใจว่างานของคุณเหมาะกับ CIJ หรือ TIJ ทีมงาน Better Code สามารถช่วยประเมินจากวัสดุ ข้อความ และความเร็วในการผลิตของคุณได้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมทาง LINE @bettercode
2. เข้าใจ CIJ และ TIJ เพื่อเลือกให้ตรงงาน
CIJ Continuous Inkjet
CIJ คือระบบพ่นหมึกแบบต่อเนื่อง โดยควบคุมหยดหมึกให้เกิดข้อความบนชิ้นงานแบบไม่สัมผัสพื้นผิว หมึกส่วนที่ไม่ใช้พิมพ์จะหมุนเวียนกลับเข้าระบบ เหมาะสำหรับพิจารณาในงานพิมพ์วันที่ผลิต วันหมดอายุ และ Lot บนขวด กระป๋อง ซอง หรือชิ้นส่วนที่เคลื่อนผ่านหัวพิมพ์
ข้อได้เปรียบที่ควรพิจารณาคือระยะพิมพ์ที่ยืดหยุ่นในรุ่นที่รองรับ แต่ไม่ได้หมายความว่าชิ้นงานแกว่งหรือกระดกมากเพียงใดก็ยังพิมพ์ชัด ต้องควบคุมการลำเลียงและทดสอบตำแหน่งพิมพ์จริงด้วย

FASTJET F650 ตัวอย่างเครื่องพิมพ์วันที่ระบบ CIJ
TIJ Thermal Inkjet

ตัวอย่างเครื่องพิมพ์ TIJ FASTJET
จอควบคุมสำหรับตั้งข้อความ และชุดหัวพิมพ์ติดตั้งใกล้ผิวกล่อง เพื่อพิมพ์ข้อความและ QR Code
TIJ คือระบบพิมพ์อิงค์เจ็ทที่ใช้ความร้อนในการสร้างหยดหมึก สำหรับ FASTJET F3500 Series ใช้เทคโนโลยี HP TIJ 2.5 และเลือกความละเอียดได้ 150, 200, 300 หรือ 600 DPI เหมาะกับงานที่ต้องการรายละเอียดของข้อความ โลโก้ บาร์โค้ด หรือ QR Code โดยต้องเลือกระดับความละเอียดให้สัมพันธ์กับความเร็วสายพาน
จุดสำคัญคือการรักษาระยะหัวพิมพ์ให้ใกล้และสม่ำเสมอ F3500 ระบุระยะเหมาะสม 1 มม. และสูงสุด 5 มม. การพิมพ์บนกล่องกระดาษหรือวัสดุไม่ดูดซึม เช่น พลาสติก ต้องเลือกหมึกที่เหมาะและทดสอบการยึดเกาะก่อน ไม่ควรสรุปว่า TIJ ใช้ได้เฉพาะธุรกิจขนาดเล็ก
3. เช็กข้อจำกัดของหน้างานก่อนเลือกระบบ
บนมือถือสามารถเลื่อนตารางในแนวนอนได้
| สิ่งที่ต้องพิจารณา | CIJ | TIJ |
|---|---|---|
| พื้นผิวและตำแหน่งพิมพ์ | พิจารณาเมื่อมีผิวโค้งหรือจำเป็นต้องเผื่อระยะหัวพิมพ์ โดยยังต้องควบคุมตำแหน่งชิ้นงาน | พิจารณาเมื่อจัดแนวพื้นผิวและรักษาระยะใกล้หัวพิมพ์ได้สม่ำเสมอ |
| ข้อความและโค้ด | วันที่ Lot และโค้ดตามความสามารถของรุ่น รูปแบบจุดและจำนวนบรรทัดมีผลต่อความเร็ว | ข้อความ โลโก้ และโค้ดความละเอียดสูงตามการตั้งค่า DPI ซึ่งมีผลต่อความเร็ว |
| หมึกกับวัสดุ | เลือกสูตรหมึกให้ตรงกับวัสดุ สีพื้นผิว และสภาพการใช้งาน | เลือกหมึกสำหรับวัสดุดูดซึมหรือไม่ดูดซึมตามที่รุ่นรองรับ ไม่ใช่หมึกทุกชนิดใช้แทนกันได้ |
| การดูแล | ดูแลหัวพิมพ์ ระบบหมึก ตัวทำละลาย และอะไหล่ตามคู่มือ | ดูแลตลับหมึกและหน้าหัวพิมพ์ รวมถึงการพักเครื่องและการล้างหัวตามคู่มือ ไม่ใช่ไม่ต้องบำรุงรักษา |
| ต้นทุน | ต้องคำนวณจากข้อความเดียวกัน จำนวนชิ้นจริง หมึก/น้ำยา วัสดุสิ้นเปลือง การบำรุงรักษา และเวลาหยุดผลิต ไม่สามารถฟันธงว่าแบบใดถูกกว่าเสมอ | |
4. งบประมาณของคุณควรเทียบอย่างไรให้คุ้มจริง?
ขอให้ผู้ขายทดลองพิมพ์ข้อความเดียวกันบนวัสดุเดียวกันก่อน แล้วเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายในช่วงเวลาเท่ากัน ได้แก่ ค่าเครื่อง หมึก ตัวทำละลายที่ต้องใช้ วัสดุสิ้นเปลือง อะไหล่ การบำรุงรักษา และผลกระทบจากเวลาหยุดผลิต
ต้นทุนรวมต่อชิ้นที่ผ่านเกณฑ์ = ค่าใช้จ่ายรวมในช่วงที่ประเมิน ÷ จำนวนชิ้นงานที่พิมพ์และผ่านเกณฑ์ในช่วงเดียวกัน
บทความนี้จึงไม่ระบุว่า TIJ แพงกว่า CIJ เป็นเปอร์เซ็นต์ตายตัว และไม่กำหนดอายุเครื่องเป็นจำนวนปีโดยไม่มีเงื่อนไข เพราะปริมาณงาน ความเข้มข้อความ ชนิดหมึก สภาพแวดล้อม และการดูแลทำให้ผลต่างกันได้มาก
5. เตรียมข้อมูล 6 ข้อ เพื่อรับคำแนะนำเฉพาะงานของคุณ
- วัสดุและตัวอย่างสินค้า: ระบุชนิดผิว สี และตำแหน่งที่จะพิมพ์ พร้อมภาพถ่ายหรือตัวอย่างจริง
- ข้อความ: วันที่ผลิต วันหมดอายุ Lot โลโก้ หรือโค้ด พร้อมจำนวนบรรทัดและขนาดที่ต้องการ
- ความเร็ว: แจ้งทั้งชิ้น/นาที และความเร็วสายพานถ้ามี รวมถึงช่องว่างระหว่างชิ้น
- ระยะและการลำเลียง: มีพื้นที่ติดตั้งหัวพิมพ์เท่าใด ชิ้นงานโค้ง แกว่ง หรือเปลี่ยนขนาดหรือไม่
- สภาพแวดล้อม: ฝุ่น ความชื้น อุณหภูมิ การล้างพื้นที่ และการสัมผัสหรือเสียดสีหลังพิมพ์
- ข้อมูลและการตรวจสอบ: ต้องรับข้อมูลจาก PLC/ระบบโรงงาน ใช้ Encoder หรือให้กล้องตรวจอ่านโค้ดหรือไม่
6. ข้อมูลประกอบ: ตัวอย่างสเปก FASTJET จากโบรชัวร์ผู้ผลิต
| หัวข้อ | F650 · CIJ | F640 · CIJ | F3500 Series · TIJ |
|---|---|---|---|
| หน้าจอ | สัมผัส 10 นิ้ว แบบถอดแยกได้ | สัมผัส 10 นิ้ว | สัมผัส 7 นิ้ว |
| รูปแบบการพิมพ์ | สูงสุด 34 จุดในหนึ่งบรรทัด หรือ 4 บรรทัดแบบ 7×5 | สูงสุด 25 จุดในหนึ่งบรรทัด หรือ 3 บรรทัดแบบ 7×5 | 150 / 200 / 300 / 600 DPI; สูง 12.7 มม. เมื่อใช้ 1 หัว หรือ 25.4 มม. เมื่อใช้ 2 หัวตามการจัดวาง |
| ระยะหัวพิมพ์ถึงชิ้นงาน | 3 ถึง 10 มม. สำหรับ 40 µm; 5 ถึง 25 มม. สำหรับ 50 µm; 5 ถึง 40 มม. สำหรับ 60/70 µm | 5 ถึง 40 มม. สำหรับ 60/70 µm | เหมาะสม 1 มม.; สูงสุด 5 มม. |
| ความเร็วที่ระบุ | มีตัวอย่าง 2 บรรทัดแบบ 7-dot ถึง 120 เมตร/นาที ในรูปแบบความเร็วสูงที่รองรับ | โบรชัวร์ฉบับอ้างอิงไม่ได้ระบุค่าความเร็วเป็นเมตร/นาที ต้องขอทดสอบตามข้อความ | 76 เมตร/นาทีที่ 300 DPI; สูงสุด 152 เมตร/นาทีขึ้นกับ DPI |
| การเชื่อมต่อ | TCP/IP, USB; RS232 เป็นอุปกรณ์เสริม | TCP/IP, USB; RS232 เป็นอุปกรณ์เสริม | Ethernet, USB, RS232 และช่องต่อ Sensor/Encoder |
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ CIJ และ TIJ
CIJ หรือ TIJ พิมพ์ QR Code ได้หรือไม่?
FASTJET F650/F640 และ F3500 Series ที่ใช้อ้างอิงรองรับการพิมพ์ QR Code แต่การอ่านได้จริงขึ้นกับขนาดโค้ด จำนวนข้อมูล ความละเอียด สีพื้นผิว หมึก และความเร็ว ควรตรวจด้วยเครื่องอ่านที่จะใช้จริง ไม่ดูเพียงว่าเครื่องมีเมนู QR Code
TIJ ใช้ได้เฉพาะ SME หรือการผลิตจำนวนน้อยหรือไม่?
ไม่ใช่ TIJ สามารถนำไปใช้กับสายการผลิตได้เมื่อความเร็ว ระยะหัวพิมพ์ หมึก และการเชื่อมต่อรองรับงานนั้น ตัวอย่าง F3500 ระบุความเร็ว 76 เมตร/นาทีที่ 300 DPI จึงควรพิจารณาจากเงื่อนไขงานมากกว่าขนาดบริษัท
พิมพ์บนพลาสติกควรเลือก CIJ หรือ TIJ?
เลือกได้ทั้งสองระบบในรุ่นและสูตรหมึกที่เหมาะสม แต่ต้องทดสอบพลาสติกจริง รวมถึงการแห้ง การยึดเกาะ และการถู เพราะชนิดพลาสติกและการเคลือบผิวทำให้ผลต่างกัน
CIJ ต้นทุนต่ำกว่า TIJ เสมอหรือไม่?
ไม่เสมอ ต้องเทียบต้นทุนรวมด้วยข้อความและจำนวนชิ้นเดียวกัน รวมหมึก น้ำยาที่ต้องใช้ วัสดุสิ้นเปลือง การดูแล และเวลาหยุดผลิต ไม่ควรตัดสินจากราคาเครื่องหรือราคาตลับอย่างเดียว
ปรึกษา บริษัท เบทเตอร์ โค้ด จำกัด
ส่งภาพสินค้า ข้อความที่ต้องพิมพ์ และความเร็วการผลิต เพื่อให้เราช่วยประเมิน CIJ หรือ TIJ ที่เหมาะกับงาน และนัดหมายทดสอบตามความพร้อม
