กล้องตรวจจับชิ้นงานมีกี่ประเภท? เปรียบเทียบ 5 แบบ และวิธีเลือกให้ตรงงาน

กล้องตรวจจับชิ้นงานมีกี่ประเภท เปรียบเทียบ 5 ประเภท Vision Sensor, Smart Camera, Code Reader, กล้องอุตสาหกรรม + PC และกล้อง 3D โดย Better Code ตัวแทนจำหน่าย HIKROBOT
ยอดดูบทความ 2 ครั้ง
คำตอบสั้น

กล้องตรวจจับชิ้นงาน (Machine Vision) แบ่งตามรูปแบบระบบได้ 5 ประเภทหลัก คือ 1) Vision Sensor เซนเซอร์ภาพสำหรับงานตรวจจุดเดียว 2) Smart Camera กล้องอัจฉริยะที่ประมวลผลในตัว 3) Code Reader กล้องอ่าน Barcode, QR Code และ Data Matrix 4) กล้องอุตสาหกรรมกับคอมพิวเตอร์ (PC-based Vision System) สำหรับงานซับซ้อน หลายกล้อง หรือ Deep Learning และ 5) กล้อง 3D สำหรับวัดความสูง ปริมาตร และรูปทรงสามมิติ ส่วนถ้าแบ่งตามงาน จะมี 4 กลุ่ม คือ หาตำแหน่ง ตรวจสอบ วัดขนาด และอ่านรหัส การเลือกให้ดูจากโจทย์งาน ความเร็วไลน์ ขนาดชิ้นงาน และจำนวนจุดที่ต้องตรวจ

5 ประเภทตามรูปแบบระบบVision Sensor · Smart Camera · Code Reader · PC-based · 3D
4 กลุ่มงานหลักหาตำแหน่ง · ตรวจสอบ · วัดขนาด · อ่านรหัส
เลือกจากโจทย์จริงทดสอบกับชิ้นงานจริงก่อนสรุปรุ่น

กล้องตรวจจับชิ้นงาน คืออะไร?

กล้องตรวจจับชิ้นงาน หรือกล้องตรวจสอบชิ้นงาน คือระบบกล้องอุตสาหกรรม (Machine Vision) ที่ถ่ายภาพชิ้นงานบนสายการผลิต แล้วใช้ซอฟต์แวร์วิเคราะห์ภาพเพื่อตัดสินผล เช่น ชิ้นงานอยู่ตำแหน่งไหน มีตำหนิหรือไม่ ขนาดอยู่ในเกณฑ์ไหม หรือรหัสบนชิ้นงานอ่านได้ถูกต้องหรือเปล่า จากนั้นส่งผล OK หรือ NG ไปยัง PLC เพื่อคัดแยกหรือแจ้งเตือน

ไม่ว่าจะเป็นกล้องประเภทไหน ระบบ Vision ประกอบด้วยส่วนหลักเหมือนกัน คือ เลนส์ กล้อง ไฟส่องสว่าง ซอฟต์แวร์ Vision และการสื่อสารกับเครื่องจักร ความต่างของแต่ละประเภทอยู่ที่ว่าการประมวลผลเกิดขึ้นที่ไหน ตรวจได้ซับซ้อนแค่ไหน และปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ได้ยืดหยุ่นเพียงใด ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มจากอะไร อ่านพื้นฐานได้ที่ กล้องตรวจจับชิ้นงานในโรงงาน: เริ่มเลือกอย่างไร

Better Code เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ HIKROBOT ในประเทศไทย จำหน่าย ติดตั้ง และบริการหลังการขายกล้องตรวจจับชิ้นงานทุกประเภทในบทความนี้ ตั้งแต่ Smart Camera, Vision Sensor, Code Reader ไปจนถึงกล้องอุตสาหกรรมสำหรับระบบ Vision บน PC ดูภาพรวมได้ที่ กล้องตรวจสอบชิ้นงาน HIKROBOT

อ่านเพิ่ม: งานตรวจรอยขีดข่วน รอยแตก และตำหนิบนผิวชิ้นงาน ดู กล้องตรวจสอบตำหนิและรอยขีดข่วน (Defect Detection) และงานวัดมิติชิ้นงาน ดู กล้องวัดขนาดชิ้นงาน (Dimension Measurement) และงานคัดแยกที่ส่งผลให้ PLC ดู กล้องคัดแยกสินค้า OK/NG และงานที่ใช้ AI ดู กล้อง AI ตรวจจับวัตถุ (Deep Learning)

กล้องตรวจจับชิ้นงานมีกี่ประเภท อะไรบ้าง?

ถ้าแบ่งตามรูปแบบระบบ กล้องตรวจจับชิ้นงานที่ใช้ในโรงงานมี 5 ประเภทหลัก เรียงจากใช้งานง่ายไปถึงยืดหยุ่นที่สุดได้ดังนี้

กล้องตรวจจับชิ้นงาน 5 ประเภท: Vision Sensor, Smart Camera, Code Reader, กล้องอุตสาหกรรมกับคอมพิวเตอร์ และกล้อง 3D พร้อมงานที่เหมาะกับแต่ละประเภท
ภาพรวมกล้องตรวจจับชิ้นงาน 5 ประเภท และงานที่เหมาะกับแต่ละแบบ

1. Vision Sensor (เซนเซอร์ภาพ)

Vision Sensor คือกล้องขนาดเล็กที่ทำงานคล้ายเซนเซอร์ ตั้งค่าง่าย ตรวจเงื่อนไขที่ชัดเจนในจุดเดียวแล้วให้ผลผ่านหรือไม่ผ่าน เช่น มีหรือไม่มีชิ้นงาน มีฝาหรือไม่ ติดฉลากหรือยัง หรือสีถูกต้องไหม เหมาะกับโรงงานที่เริ่มใช้ Vision ครั้งแรกและต้องการแทนเซนเซอร์ทั่วไปที่แยกรายละเอียดไม่ได้ ข้อจำกัดคือเครื่องมือวิเคราะห์ภาพมีน้อยกว่า Smart Camera

2. Smart Camera (กล้องอัจฉริยะ)

Smart Camera คือกล้องที่มีหน่วยประมวลผลและซอฟต์แวร์ Vision อยู่ในตัว ไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์แยก ตรวจได้หลายเงื่อนไขในภาพเดียว เช่น ตำแหน่ง ตำหนิ นับชิ้น วัดมุม อ่านตัวอักษร (OCR) และส่งผล OK/NG ไปที่ PLC ไฟเตือน หรือบัซเซอร์ได้โดยตรง ตั้งค่าเก็บไว้หลายสูตรสำหรับสินค้าหลายรุ่น และสื่อสารผ่าน I/O, TCP, UDP, Serial, Modbus, PROFINET หรือ EtherNet/IP

ตัวอย่างงานจากเอกสารเคสของ HIKROBOT ที่ใช้ Smart Camera ได้แก่ ตรวจระดับของเหลวในขวดยา ตรวจฝาขวดบนไลน์ความเร็วสูง นับขวดในแพ็กและตรวจฉลาก อ่านรหัส dot print บนซองช็อกโกแลต ตรวจรอยขีดข่วนและตำแหน่งฉลากของฝาหลังโทรศัพท์ 300 ชิ้นต่อนาที และวัดมุมคันเกียร์ที่ความละเอียด ±2 องศา งานที่ชิ้นงานใหญ่เกินภาพเดียวสามารถใช้หลายตัวช่วยกันครอบคลุมพื้นที่ได้

3. Code Reader (กล้องอ่านรหัส)

Code Reader คือกล้องที่ออกแบบมาเพื่ออ่านรหัสโดยเฉพาะ ทั้ง Barcode, QR Code และ Data Matrix รวมถึงรหัสที่ยิงหรือตอกลงเนื้อวัสดุ (DPM) บนแผ่น PCB ชิ้นส่วนโลหะ และชิ้นส่วนยานยนต์ ใช้สร้างระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ตั้งแต่วัตถุดิบถึงสินค้าสำเร็จรูป มีให้เลือกตั้งแต่รุ่นขนาดเล็ก รุ่นเลนส์ปรับโฟกัสอัตโนมัติพร้อมไฟในตัว ไปจนถึงรุ่นความละเอียดสูงมุมกว้างสำหรับอ่านหลายรหัสพร้อมกันในงานโลจิสติกส์

ในเคสโรงงาน PCB ของ HIKROBOT ซึ่งต้องอ่านรหัสบนแผ่นหลายสีหลายความหนาที่ความเร็ว 120 แผ่นต่อนาที Code Reader ที่มีไฟปรับได้และสลับค่าตั้งตามชนิดแผ่นอัตโนมัติ อ่านรหัส 2D ได้เฉลี่ย 99% โดยตัวกล้องกันน้ำกันฝุ่นได้ถึง IP67 หมายเหตุ Code Reader ไม่ได้รองรับ OCR ทุกรุ่น ถ้าต้องอ่านตัวอักษรด้วยควรเลือกรุ่นที่รองรับหรือใช้ Smart Camera

4. กล้องอุตสาหกรรมกับคอมพิวเตอร์ (PC-based Vision System)

PC-based Vision System คือการใช้กล้องอุตสาหกรรมต่อกับคอมพิวเตอร์อุตสาหกรรมและซอฟต์แวร์ Vision เช่น Vision Master ของ HIKROBOT เหมาะกับงานที่ต้องการความละเอียดสูง ใช้หลายกล้องพร้อมกัน ออกแบบหน้าจอเอง หรือใช้ Deep Learning เปลี่ยนกล้องและเลนส์ได้ยืดหยุ่นตามงาน กล้องกลุ่มนี้มีทั้งแบบ Area Scan ที่ถ่ายภาพเป็นกรอบ และแบบ Line Scan ที่สแกนทีละเส้นสำหรับชิ้นงานยาวต่อเนื่องหรือผิวขนาดใหญ่

เคสจากเอกสาร HIKROBOT ได้แก่ วัดขนาด ID/OD ความสูงและความกว้างของชิ้นส่วนเกียร์ที่ความแม่นยำถึง 60 ไมครอนรอบ 360 องศา ตรวจและวัดหมวกกันน็อก 60 ชิ้นต่อนาที ตรวจการประกอบโซ่ อ่าน OCR หลายบรรทัดบนกล่องยา และงาน Deep Learning นับเหล็กเส้นที่ถูกต้อง 99.98% (นับถูก 32,990 ชิ้น หลุด 8 ชิ้น)

5. กล้อง 3D

กล้อง 3D คือกล้องที่เก็บข้อมูลความสูงหรือความลึกของชิ้นงาน นอกจากภาพสองมิติ จึงวัดความสูง ปริมาตร ความเรียบ หรือรูปทรงที่กล้องธรรมดาแยกไม่ได้ เช่น ตรวจชิ้นงานยุบ บวม เกยกัน หรือใช้นำทางหุ่นยนต์หยิบชิ้นงานที่วางกองไม่เป็นระเบียบ (2D และ 3D Picking) เหมาะกับงานที่ความต่างของสีหรือแสงไม่พอให้แยกชิ้นดีกับชิ้นเสีย

เปรียบเทียบกล้องตรวจจับชิ้นงานแต่ละประเภท

ประเภทประมวลผลที่เหมาะกับงานความยืดหยุ่น
Vision Sensorในตัวเซนเซอร์ตรวจมี/ไม่มี ฝา ฉลาก สี จุดเดียวต่ำ ตั้งค่าง่ายที่สุด
Smart Cameraในตัวกล้องตรวจหลายเงื่อนไข ตำแหน่ง ตำหนิ นับชิ้น OCR วัดมุมปานกลาง ติดตั้งง่าย ไม่ต้องใช้ PC
Code Readerในตัวกล้องอ่าน Barcode, QR Code, Data Matrix, DPM เพื่อ Traceabilityเฉพาะทาง อ่านรหัสได้แม่นและเร็ว
กล้องอุตสาหกรรม + PCคอมพิวเตอร์อุตสาหกรรมความละเอียดสูง หลายกล้อง วัดละเอียด Deep Learningสูงสุด เปลี่ยนกล้อง เลนส์ ซอฟต์แวร์ได้
กล้อง 3Dในตัวกล้องหรือ PCวัดความสูง ปริมาตร รูปทรง นำทางหุ่นยนต์สูง สำหรับงานที่ภาพ 2D แยกไม่ได้

แบ่งตามงาน: กล้องตรวจจับชิ้นงานทำอะไรได้บ้าง?

อีกวิธีที่ใช้แบ่งคือดูจากงาน ซึ่งเอกสารแนะนำ Machine Vision ของ HIKROBOT แบ่งงานหลักไว้ 4 กลุ่ม คือ Guidance (หาตำแหน่งและนำทาง), Inspection (ตรวจสอบ), Gauging (วัดขนาด) และ Identification (อ่านรหัสและระบุชิ้นงาน) แต่ละงานมักเหมาะกับกล้องประเภทต่างกัน

งานตัวอย่างในโรงงานประเภทกล้องที่มักใช้
ตรวจตำหนิและรอยขีดข่วนรอยแตก รอยเปื้อน ฟองอากาศ ผิวไม่เรียบSmart Camera หรือ PC-based (+ Deep Learning ถ้าตำหนิหลายแบบ)
วัดขนาดและมิติเส้นผ่านศูนย์กลาง ระยะห่าง มุม ความสูงSmart Camera งานทั่วไป · PC-based งานละเอียดสูง · 3D งานวัดความสูง
อ่านรหัสและตัวอักษรBarcode, QR Code, วันที่ผลิต เลขล็อต (OCR)Code Reader หรือ Smart Camera ที่มี OCR
ตรวจการประกอบชิ้นส่วนครบ ใส่น็อตครบ ทิศทางถูกVision Sensor งานจุดเดียว · Smart Camera หลายจุด
คัดแยก OK/NG และนับชิ้นคัดชิ้นเสียออก นับจำนวนในแพ็ก แยกรุ่นสินค้าSmart Camera หรือ PC-based ส่งสัญญาณไปที่ PLC
หาตำแหน่งและนำทางหุ่นยนต์จัดวาง หยิบวาง ปรับตำแหน่งชิ้นงานSmart Camera หรือ PC-based · 3D สำหรับ 3D Picking

อ่านตัวอย่างงานอ่านรหัสบนบรรจุภัณฑ์ได้ที่ กล้องตรวจวันที่ผลิต วันหมดอายุ และเลขล็อต (OCR) และงานตรวจร่วมกับการอ่าน Barcode ได้ที่ กล้อง Vision ตรวจชิ้นงานและอ่านโค้ด

เลือกประเภทกล้องตรวจจับชิ้นงานอย่างไร?

แผนภาพเลือกประเภทกล้องตรวจจับชิ้นงานจากโจทย์งาน: อ่านรหัสใช้ Code Reader ตรวจจุดเดียวใช้ Vision Sensor ตรวจหลายจุดใช้ Smart Camera งานซับซ้อนใช้ PC-based วัดความสูงใช้กล้อง 3D
เริ่มจากโจทย์งาน แล้วค่อยเลือกประเภทกล้อง ไม่ใช่เลือกจากรุ่นก่อน
  1. กำหนดโจทย์ให้ชัด ต้องการตรวจอะไร ชิ้นดีกับชิ้นเสียต่างกันอย่างไร และเมื่อเจอชิ้นเสียต้องให้ระบบทำอะไร
  2. ดูขนาดชิ้นงานและรายละเอียดที่เล็กที่สุด เพื่อกำหนดมุมมองภาพ (FOV) และความละเอียดกล้อง ถ้าชิ้นงานใหญ่และตำหนิเล็กมาก อาจต้องใช้กล้องความละเอียดสูง หลายกล้อง หรือ Line Scan
  3. ดูความเร็วไลน์ จำนวนชิ้นต่อนาทีมีผลต่อเวลาถ่ายภาพและประมวลผล
  4. ดูผิวชิ้นงานและสภาพแสง ผิวมันวาว ฟิล์มใส หรือโลหะสะท้อนแสงต้องเลือกไฟและมุมกล้องให้เหมาะ
  5. ดูการเชื่อมต่อ ต้องส่งผลไป PLC ผ่านโปรโตคอลอะไร ต้องเก็บภาพหรือข้อมูลย้อนหลังไหม
  6. ทดสอบกับชิ้นงานจริง ทั้งชิ้นดีและชิ้นเสีย ก่อนสรุปประเภทกล้อง เลนส์ และไฟ

Smart Camera กับระบบ Vision บน PC ต่างกันอย่างไร?

คำตอบสั้น: Smart Camera รวมกล้องและการประมวลผลไว้ในตัวเดียว ติดตั้งง่าย ใช้พื้นที่น้อย เหมาะกับงานตรวจที่ชัดเจนในจุดเดียว ส่วนระบบ Vision บน PC ใช้กล้องอุตสาหกรรมต่อกับคอมพิวเตอร์ เปลี่ยนกล้องและเลนส์ได้ยืดหยุ่น รองรับหลายกล้อง ความละเอียดสูง และ Deep Learning ได้ดีกว่า แต่ใช้พื้นที่และงานออกแบบระบบมากกว่า หลายโรงงานใช้ทั้งสองแบบร่วมกันตามจุดตรวจ

สรุป

กล้องตรวจจับชิ้นงานมี 5 ประเภทหลัก คือ Vision Sensor, Smart Camera, Code Reader, กล้องอุตสาหกรรมกับคอมพิวเตอร์ และกล้อง 3D งานง่ายจุดเดียวเริ่มจาก Vision Sensor งานตรวจหลายเงื่อนไขใช้ Smart Camera งานอ่านรหัสใช้ Code Reader งานละเอียดสูงหรือ Deep Learning ใช้ระบบบน PC และงานวัดความสูงหรือรูปทรงใช้กล้อง 3D Better Code ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ HIKROBOT ในประเทศไทย ช่วยประเมินโจทย์ ทดสอบกับชิ้นงานจริง และเลือกประเภทกล้องให้เหมาะกับไลน์ของคุณ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประเภทกล้องตรวจจับชิ้นงาน

กล้องตรวจจับชิ้นงานมีกี่ประเภท?

แบ่งตามรูปแบบระบบได้ 5 ประเภทหลัก คือ Vision Sensor, Smart Camera, Code Reader, กล้องอุตสาหกรรมกับคอมพิวเตอร์ (PC-based Vision System) และกล้อง 3D ถ้าแบ่งตามงานจะมี 4 กลุ่ม คือ หาตำแหน่ง ตรวจสอบ วัดขนาด และอ่านรหัส

Smart Camera คืออะไร?

กล้องตรวจจับชิ้นงานที่มีหน่วยประมวลผลและซอฟต์แวร์ Vision อยู่ในตัว ไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์แยก ตรวจได้หลายเงื่อนไขในภาพเดียว เช่น ตำแหน่ง ตำหนิ นับชิ้น OCR และส่งผล OK/NG ไปที่ PLC ได้โดยตรง

Vision Sensor กับ Smart Camera ต่างกันอย่างไร?

Vision Sensor เน้นตรวจเงื่อนไขง่ายในจุดเดียวและตั้งค่าเร็ว ส่วน Smart Camera มีเครื่องมือวิเคราะห์ภาพมากกว่า ตรวจได้หลายเงื่อนไข วัดขนาด และอ่านตัวอักษรได้ จึงเหมาะกับงานที่ซับซ้อนกว่า

Code Reader อ่านตัวอักษร (OCR) ได้ไหม?

บางรุ่นทำได้ แต่ไม่ใช่ทุกรุ่น Code Reader ออกแบบมาเพื่ออ่าน Barcode, QR Code และ Data Matrix เป็นหลัก ถ้าต้องอ่านวันที่หรือเลขล็อตด้วย ควรเลือกรุ่นที่รองรับ OCR หรือใช้ Smart Camera

ต้องใช้ Deep Learning ทุกงานไหม?

ไม่จำเป็น งานที่กำหนดเงื่อนไขได้ชัด เช่น ตรวจตำแหน่งหรือวัดขนาด ใช้เครื่องมือ Vision ทั่วไปได้ ควรใช้ Deep Learning เมื่อตำหนิมีหลายแบบ รูปร่างไม่แน่นอน หรือพื้นหลังเปลี่ยนบ่อย และต้องมีภาพตัวอย่างสำหรับฝึกระบบ

กล้อง 3D ใช้ทำอะไร?

ใช้วัดความสูง ปริมาตร ความเรียบ และรูปทรงสามมิติของชิ้นงาน รวมถึงนำทางหุ่นยนต์หยิบชิ้นงานที่วางไม่เป็นระเบียบ เหมาะกับงานที่ภาพสองมิติแยกชิ้นดีกับชิ้นเสียไม่ได้

ซื้อกล้องตรวจจับชิ้นงาน HIKROBOT ในประเทศไทยได้ที่ไหน?

ติดต่อ Better Code (บริษัท เบทเตอร์ โค้ด จำกัด) ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ HIKROBOT ในประเทศไทย ทาง LINE @bettercode หรือโทร 02-170-9611 ทีมงานช่วยเลือกประเภทกล้องจากรูปชิ้นงานและโจทย์จริง พร้อมทดสอบ ติดตั้ง และบริการหลังการขาย

แหล่งข้อมูล

  • HIKROBOT – Introduction to Machine Vision: งานหลัก 4 กลุ่ม (Guidance, Inspection, Gauging, Identification) และส่วนประกอบระบบ Vision
  • HIKROBOT – Smart Product Application Cases (ธ.ค. 2021): เคส Smart Camera และระบบ Vision บน PC ในอุตสาหกรรมอาหาร ยา อิเล็กทรอนิกส์ และยานยนต์
  • HIKROBOT – Industrial Code Reading (2020): เคส Code Reader ในโรงงาน PCB ชิ้นส่วนยานยนต์ อาหาร ยา และโลจิสติกส์
  • HIKROBOT – Deep Learning Application Case Set (2021): เคสนับชิ้น จำแนกภาพ อ่านตัวอักษร และตรวจตำหนิ

ไม่แน่ใจว่าไลน์ของคุณควรใช้กล้องประเภทไหน?

ส่งรูปชิ้นงานดีและชิ้นงานเสีย ความเร็วไลน์ และสิ่งที่ต้องการตรวจ ทีม Better Code ช่วยประเมินและเลือกกล้อง HIKROBOT เลนส์ และแสง พร้อมทดสอบกับชิ้นงานจริง

บทความที่เกี่ยวข้อง