เครื่องยิงวันที่เลเซอร์ CO2, Fiber และ UV ต่างกันอย่างไร? เลือกให้ตรงวัสดุบรรจุภัณฑ์

เครื่องยิงวันที่เลเซอร์ CO2, Fiber และ UV ต่างกันที่ความยาวคลื่นของแสงเลเซอร์ ซึ่งทำให้วัสดุแต่ละชนิดดูดกลืนแสงได้ไม่เท่ากัน: CO2 (9.3–10.6 µm) เหมาะกับวัสดุที่ไม่ใช่โลหะ เช่น กล่องกระดาษ ฉลาก และขวด PET · UV (355 nm) เหมาะกับพลาสติกหลายชนิด PCB และงานที่ต้องการรอยละเอียด · Fiber (1064 nm) เหมาะกับโลหะ เช่น อะลูมิเนียมและเหล็ก รวมถึงพลาสติกบางชนิด ทั้งสามแบบพิมพ์วันที่ผลิต วันหมดอายุ เลขล็อต บาร์โค้ด และ QR Code ได้โดยไม่ใช้หมึก วิธีเลือกที่แม่นที่สุดคือทดสอบมาร์กกับชิ้นงานจริงก่อนเลือกรุ่น

ทำไมเลเซอร์แต่ละแบบจึงเหมาะกับวัสดุต่างกัน?
เลเซอร์สร้างรอยมาร์กได้เมื่อผิววัสดุ ดูดกลืนพลังงานแสง แล้วเกิดการเปลี่ยนสี กัดผิว หรือหลอมผิวบาง ๆ วัสดุแต่ละชนิดดูดกลืนแสงแต่ละความยาวคลื่นได้ไม่เท่ากัน ความยาวคลื่นจึงเป็นตัวกำหนดหลักว่าเลเซอร์แบบไหนจะมาร์กวัสดุนั้นได้ชัด

- CO2 (ช่วงอินฟราเรดไกล): วัสดุที่ไม่ใช่โลหะ เช่น กระดาษ ฉลาก พลาสติกหลายชนิด ยาง และเซรามิก ดูดกลืนได้ดี จึงนิยมใช้กับบรรจุภัณฑ์อาหาร เครื่องดื่ม และยา
- Fiber (ช่วงอินฟราเรดใกล้): โลหะดูดกลืนได้ดี จึงเหมาะกับชิ้นส่วนโลหะ อะลูมิเนียม เหล็ก และพลาสติกบางชนิดที่ทดสอบแล้วว่าเหมาะ
- UV (ช่วงอัลตราไวโอเลต): ความยาวคลื่นสั้น ให้รอยคมชัดบนพลาสติก พอลิเมอร์ และงานรายละเอียดเล็ก เช่น PCB แบบยืดหยุ่น
เปรียบเทียบ CO2, UV และ Fiber ของ FASTJET F7100
| หัวข้อ | CO2 (F7100C) | UV (F7100U) | Fiber (F7100F) |
|---|---|---|---|
| ชนิดเลเซอร์ | Sealed CO2 | Solid-state UV | Pulsed Fiber |
| ความยาวคลื่น | 10.6 / 10.2 / 9.3 µm | 355 nm | 1064 nm |
| กำลังเลเซอร์ | 40W | 5W / 10W | 20W / 30W |
| ระบายความร้อน | อากาศ | น้ำ (มีชุดทำความเย็นมาพร้อมเครื่อง) | อากาศ |
| วัสดุที่เหมาะ | กระดาษ ฉลาก กล่องเคลือบ ขวด PET ยาง เซรามิก อะคริลิก PVC | พลาสติก (PE, PP, PVC, PS, PC ฯลฯ) PCB แบบยืดหยุ่น โลหะ แก้ว | อะลูมิเนียม เหล็ก และพลาสติก เช่น HDPE, PP, PVC, PS |
| เหมาะกับงาน | บรรจุภัณฑ์อาหาร เครื่องดื่ม ยา | อิเล็กทรอนิกส์ พลาสติก งานละเอียด | ชิ้นส่วนและผลิตภัณฑ์โลหะ |
ทั้งสามซีรีส์ใช้ระบบควบคุม FCPilot จอสัมผัส 10.1 นิ้ว ความเร็วหัวสแกนสูงสุด 9,000 มม./วินาที และรองรับความเร็วสายการผลิตสูงสุด 4,600 มม./วินาที (ขึ้นกับวัสดุและข้อมูลที่มาร์ก ตามโบรชัวร์ผู้ผลิต) ดูสเปกเต็มที่หน้า เครื่องพิมพ์วันที่เลเซอร์ FASTJET
เลือกเลเซอร์ตามวัสดุบรรจุภัณฑ์

- กล่องกระดาษ ฉลาก ซองกระดาษ: เริ่มที่ CO2 โดย F7142C (10.2 µm) เหมาะกับกล่องกระดาษเคลือบ
- ขวดเครื่องดื่ม PET: CO2 รุ่น F7143C (9.3 µm) ซึ่งผู้ผลิตระบุว่าให้รอยมาร์กที่ดีบนขวด PET อ่านเพิ่มที่ พิมพ์วันที่บนขวด PET และกระป๋องด้วยเลเซอร์
- พลาสติก พอลิเมอร์ และ PCB: UV 355 nm (F7105U / F7110U) ให้รอยคมบนพลาสติกหลายชนิด
- ชิ้นส่วนโลหะ อะลูมิเนียม เหล็ก: Fiber 1064 nm (F7121F / F7131F)
- ขวดแก้วและกระป๋องอะลูมิเนียม: พิจารณา UV และทดสอบกับผิวเคลือบจริง
วัสดุชนิดเดียวกันแต่ต่างสี ผิวเคลือบ หรือสูตร อาจให้ผลต่างกัน ดูภาพรวมการพิมพ์วันที่บนวัสดุทุกแบบได้ที่ พิมพ์วันที่บนวัสดุอะไรได้บ้าง
ตัวอย่างงานมาร์กเลเซอร์บนวัสดุต่าง ๆ

เลเซอร์มาร์กบนสายพานที่กำลังวิ่งได้อย่างไร?

เครื่องเลเซอร์ในไลน์ผลิตมักใช้การมาร์กแบบ flying marking คือมาร์กขณะสินค้าเคลื่อนที่ โดยมี เซนเซอร์ ตรวจจับชิ้นงานเพื่อสั่งเริ่มมาร์ก และ Encoder วัดความเร็วสายพานให้หัวสแกนชดเชยการเคลื่อนที่ ตัวอักษรจึงไม่ยืดหรือหด ส่วน เครื่องดูดควัน ช่วยดูดควันและฝุ่นจากการมาร์กออกจากบริเวณหัวเลเซอร์ ดูวิธีติดตั้งเครื่องพิมพ์บนสายพานเพิ่มเติมที่ เครื่องพิมพ์วันที่ติดสายพาน
เลเซอร์ต่างจากเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทอย่างไร?
- ไม่ใช้หมึก: ไม่มีหมึก ตลับหมึก หรือน้ำยาผสมให้สั่งซื้อและเปลี่ยน
- รอยมาร์กถาวร: รอยอยู่บนผิววัสดุโดยตรง ไม่ใช่ชั้นหมึกที่เคลือบด้านบน
- เลือกตามวัสดุ: ต้องเลือกความยาวคลื่นให้ตรงวัสดุ ขณะที่อิงค์เจ็ทเลือกจากชนิดหมึก
ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะใช้เลเซอร์หรืออิงค์เจ็ท อ่าน CIJ vs TIJ vs Laser เลือกเครื่องพิมพ์วันที่แบบไหน
สรุป
เครื่องยิงวันที่เลเซอร์ CO2, UV และ Fiber ต่างกันที่ความยาวคลื่น ซึ่งกำหนดว่าวัสดุใดดูดกลืนแสงได้ดี: CO2 สำหรับกระดาษ ฉลาก และขวด PET, UV สำหรับพลาสติก PCB และงานละเอียด, Fiber สำหรับโลหะ ทั้งหมดพิมพ์วันที่ เลขล็อต และ QR Code ได้ถาวรโดยไม่ใช้หมึก และควรทดสอบกับชิ้นงานจริงก่อนเลือกรุ่น
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเครื่องยิงวันที่เลเซอร์ CO2, UV และ Fiber
เครื่องยิงวันที่เลเซอร์ CO2, UV และ Fiber ต่างกันอย่างไร?
ต่างกันที่ความยาวคลื่น CO2 (9.3–10.6 µm) เหมาะกับวัสดุที่ไม่ใช่โลหะ เช่น กระดาษ ฉลาก และขวด PET, UV (355 nm) เหมาะกับพลาสติก PCB และงานละเอียด, Fiber (1064 nm) เหมาะกับโลหะและพลาสติกบางชนิด
พิมพ์วันที่บนขวด PET ควรใช้เลเซอร์แบบไหน?
เริ่มที่เลเซอร์ CO2 ความยาวคลื่น 9.3 µm เช่น FASTJET F7143C ซึ่งผู้ผลิตระบุว่าให้รอยมาร์กที่ดีบนขวด PET แล้วทดสอบกับขวดจริงก่อนติดตั้ง
มาร์กบนโลหะควรใช้เลเซอร์แบบไหน?
ใช้ Fiber Laser 1064 nm เช่น FASTJET F7121F (20W) หรือ F7131F (30W) สำหรับอะลูมิเนียมและเหล็ก ส่วน UV ก็มาร์กโลหะบางชนิดได้ ควรทดสอบกับผิวจริง
Fiber Laser ใช้กับพลาสติกได้ไหม?
ใช้ได้กับพลาสติกบางชนิด เช่น HDPE, PP, PVC และ PS แต่ผลขึ้นกับสูตรและสีของพลาสติก ควรทดสอบก่อนเลือก ถ้าเป็นพลาสติกหลากหลายชนิดหรืองานละเอียด UV มักเป็นตัวเลือกที่เหมาะกว่า
เลเซอร์ UV ต่างจาก CO2 อย่างไร?
UV ใช้ความยาวคลื่นสั้น 355 nm ให้รอยละเอียดบนพลาสติก พอลิเมอร์ และ PCB และระบายความร้อนด้วยน้ำ ส่วน CO2 ใช้ความยาวคลื่นยาว 9.3–10.6 µm เหมาะกับกระดาษ ฉลาก และขวด PET และระบายความร้อนด้วยอากาศ
เครื่องยิงวันที่เลเซอร์ต้องใช้หมึกไหม?
ไม่ต้องใช้หมึก ตลับหมึก หรือน้ำยาผสม เพราะใช้ลำแสงเลเซอร์สร้างรอยลงบนผิววัสดุโดยตรง แต่ควรมีเครื่องดูดควันสำหรับดูดควันและฝุ่นจากการมาร์ก
เลเซอร์มาร์กบนสายพานที่กำลังวิ่งได้ไหม?
ได้ ด้วยการมาร์กแบบ flying marking ที่ใช้เซนเซอร์ตรวจจับชิ้นงานและ Encoder วัดความเร็วสายพาน FASTJET F7100 รองรับความเร็วสายการผลิตสูงสุด 4,600 มม./วินาที ขึ้นกับวัสดุและข้อมูลที่มาร์ก
แหล่งข้อมูล
- โบรชัวร์ผู้ผลิต FASTJET F7100C (EF7100C24001), F7100U (EF7100U24001) และ F7100F (EF7100F24001)
- Better Code – หน้าเครื่องพิมพ์วันที่เลเซอร์ FASTJET F7100 Series และแนวทางเลือกรุ่นตามวัสดุ
ส่งชิ้นงานมาทดสอบมาร์กเลเซอร์
ส่งรูปสินค้า วัสดุ ข้อความที่ต้องการมาร์ก และความเร็วสายการผลิต ทีม Better Code จะทดสอบกับชิ้นงานจริงและแนะนำรุ่น CO2, UV หรือ Fiber ที่เหมาะกับงานของคุณ






