วันที่ผลิต วันหมดอายุ และควรบริโภคก่อน ต่างกันอย่างไร? เรื่องสำคัญที่ผู้ผลิตและ SME ต้องรู้

วันที่ผลิต วันหมดอายุ และควรบริโภคก่อน ต่างกันอย่างไร? เรื่องสำคัญที่ผู้ผลิตและ SME ต้องรู้
ยอดดูบทความ 9,000 ครั้ง

วันที่บนบรรจุภัณฑ์ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขเล็ก ๆ แต่เป็นข้อมูลที่ช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกสินค้า และช่วยให้ผู้ผลิตจัดการสินค้าแต่ละล็อตได้อย่างเป็นระบบ

วันที่ผลิตบอกว่าสินค้าผลิตเมื่อใด ส่วนวันหมดอายุและวันที่ควรบริโภคก่อนใช้สื่อสารอายุของผลิตภัณฑ์ แต่มีความหมายต่างกัน จึงไม่ควรใช้แทนกันโดยไม่ตรวจสอบข้อกำหนดของสินค้า

บทความนี้ บริษัท เบทเตอร์ โค้ด จำกัด ชวนทำความเข้าใจข้อมูลบนฉลาก พร้อมแนวทางจัดการงานพิมพ์วันที่สำหรับโรงงานและธุรกิจ SME โดยเน้นตัวอย่างกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม

MFG, EXP และ BBE หมายถึงอะไร?

ข้อมูลบนบรรจุภัณฑ์ความหมายสิ่งที่ควรเข้าใจ
วันที่ผลิต MFG หรือ MFDวันที่ผลิตสินค้าไม่ใช่วันหมดอายุ และใช้เพียงอย่างเดียวตัดสินความปลอดภัยไม่ได้
วันหมดอายุ EXPวันที่ระบุว่าสินค้าหมดอายุสำหรับอาหาร ไม่ควรบริโภคหลังวันที่หมดอายุ
ควรบริโภคก่อน BB หรือ BBEวันที่เกี่ยวกับการคงคุณภาพของอาหารตามเงื่อนไขที่กำหนดไม่ใช่คำเดียวกับวันหมดอายุ และไม่ใช่การรับรองว่าหลังวันดังกล่าวจะปลอดภัยเสมอ
LOT หรือ BATCHรหัสรุ่นการผลิตใช้เชื่อมโยงกับบันทึกการผลิต ไม่ใช่วันหมดอายุ

อย. อธิบายความแตกต่างของ หมดอายุ และ ควรบริโภคก่อน พร้อมแนะนำให้ผู้บริโภคสังเกตวันที่บนฉลากและปฏิบัติตามเงื่อนไขการเก็บรักษา อ่านคำแนะนำจาก อย.

ตารางนี้อธิบายความหมายทั่วไป ไม่ใช่ตัวอย่างฉลากที่ใช้แทนข้อกำหนดทางกฎหมายได้กับสินค้าทุกประเภท

ตัวย่อวันผลิต วันหมดอายุ ภาษาอังกฤษ ย่อมาจากอะไร

  • MFG ย่อมาจาก Manufacturing Date และ MFD ย่อมาจาก Manufactured Date หมายถึง วันผลิต
  • EXP ย่อมาจาก Expiry Date (หรือ Expiration Date) หมายถึง วันหมดอายุ
  • BB / BBE ย่อมาจาก Best Before / Best Before End หมายถึง ควรบริโภคก่อน

สรุปสั้น ๆ: MFG บอกว่าสินค้าผลิตเมื่อใด ส่วน EXP และ BBE ใช้สื่อสารอายุสินค้า โดย EXP คือวันที่สินค้าหมดอายุ ส่วน BBE เกี่ยวกับการคงคุณภาพของอาหารตามเงื่อนไขการเก็บรักษา จึงไม่ใช่คำเดียวกัน

ทำไมวันที่บนสินค้าจึงสำคัญกับธุรกิจ?

1. ช่วยให้ลูกค้าเข้าใจข้อมูลก่อนซื้อ

วันที่ที่อ่านง่ายช่วยให้ลูกค้าพิจารณาว่าสินค้าเหมาะกับช่วงเวลาที่ต้องการใช้งานหรือบริโภคหรือไม่ หากตัวเลขเลือน ตำแหน่งพิมพ์หาไม่พบ หรือรูปแบบวันเดือนปีชวนสับสน ลูกค้าอาจต้องสอบถามเพิ่มเติมหรือเลือกสินค้าอื่นแทน

2. ช่วยวางแผนการจัดเก็บและกระจายสินค้า

ผู้ประกอบการสามารถนำข้อมูลวันที่ไปประกอบการจัดลำดับจ่ายสินค้า เช่น จ่ายสินค้าที่ถึงกำหนดก่อนออกก่อน ทั้งนี้ต้องใช้ร่วมกับสภาพการเก็บรักษาและสถานะของสินค้า ไม่ใช่ดูวันที่อย่างเดียว

3. ช่วยค้นหาข้อมูลเมื่อเกิดปัญหา

เมื่อวันที่และเลขล็อตเชื่อมกับบันทึกการผลิต ผู้ผลิตจะค้นหาได้ว่าสินค้ากลุ่มนั้นเกี่ยวข้องกับการผลิตช่วงใด

การพิมพ์เลขล็อตเพียงอย่างเดียวยังไม่ใช่ระบบตรวจสอบย้อนกลับที่สมบูรณ์ ต้องมีบันทึกที่เชื่อมโยงกันด้วย เช่น วัตถุดิบ สายการผลิต ผลตรวจคุณภาพ และข้อมูลการจัดส่ง ดูตัวอย่างการตั้งรหัสใน LOT Number คืออะไร? วิธีอ่านและตั้งเลขล็อต

4. ลดความสับสนในการทำงาน

การกำหนดรูปแบบข้อความและขั้นตอนตรวจสอบก่อนเริ่มผลิต ช่วยลดโอกาสใช้ข้อความของสินค้ารุ่นก่อน พิมพ์วันที่ผิด หรือเปลี่ยนล็อตไม่ครบทุกจุด

ใครเป็นผู้กำหนดวันหมดอายุ?

ผู้ผลิตต้องมีข้อมูลรองรับอายุการเก็บรักษาของผลิตภัณฑ์ ไม่ควรคัดลอกจำนวนวันจากสินค้าคล้ายกัน หรือกำหนดจากความสะดวกในการขายเพียงอย่างเดียว

ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ลักษณะของอาหาร กระบวนการผลิต บรรจุภัณฑ์ และเงื่อนไขการเก็บรักษา ตามแนวทางที่ อย. อธิบายไว้ ข้อมูลเรื่องอายุการเก็บรักษาจาก อย.

เครื่องพิมพ์วันที่ทำหน้าที่พิมพ์ข้อมูลที่ตั้งไว้ ไม่ได้ทดสอบหรือรับรองอายุสินค้าให้ผู้ผลิต แม้เครื่องบางรุ่นจะตั้งคำนวณวันที่ได้ ผู้รับผิดชอบก็ยังต้องตรวจสอบหลักเกณฑ์และข้อความก่อนนำไปใช้จริง

ก่อนพิมพ์วันที่บนบรรจุภัณฑ์ ควรตรวจอะไร?

แนะนำให้ตรวจสอบก่อนเริ่มผลิต และตรวจซ้ำเมื่อเปลี่ยนสินค้า เปลี่ยนล็อต หรือแก้ข้อความ

  1. ข้อความถูกต้อง: ใช้คำว่า ผลิต หมดอายุ หรือ ควรบริโภคก่อน ตรงกับข้อมูลและข้อกำหนดของสินค้า
  2. รูปแบบวันที่ชัดเจน: ตรวจลำดับวัน เดือน ปี และการใช้ พ.ศ. หรือ ค.ศ. ให้ไม่สับสน
  3. ตำแหน่งหาเจอง่าย: ไม่ซ่อนอยู่ในรอยพับ รอยซีล หรือบริเวณที่อ่านยาก
  4. ตัวพิมพ์อ่านได้: สีข้อความตัดกับพื้นผิว และขนาดเหมาะกับบรรจุภัณฑ์
  5. รอยพิมพ์เหมาะกับการใช้งาน: ทดสอบการยึดเกาะและสภาพที่สินค้าจะพบจริง เช่น การเสียดสี ความชื้น หรือการแช่เย็น
  6. มีการอนุมัติตัวอย่าง: ตรวจชิ้นงานแรกและเก็บหลักฐานตามระบบคุณภาพของโรงงาน

ข้อกำหนดฉลากแตกต่างตามประเภทสินค้าและตลาดจำหน่าย จึงควรตรวจสอบกฎที่เกี่ยวข้องก่อนใช้แบบฉลากจริง ไม่ควรถือว่าตัวย่อภาษาอังกฤษเพียงอย่างเดียวเพียงพอเสมอไป คำถามเรื่องฉลากจากกองอาหาร อย.

เลือกเครื่องพิมพ์วันที่อย่างไรให้เหมาะกับงาน?

เริ่มจากสินค้าและกระบวนการผลิต ไม่ใช่เริ่มจากรุ่นเครื่องหรือราคาเพียงอย่างเดียว

ข้อมูลที่ควรเตรียมมี 5 เรื่อง ได้แก่ วัสดุบรรจุภัณฑ์ ตำแหน่งพิมพ์ ข้อความที่ต้องการ ความเร็วสายการผลิต และสภาพแวดล้อมหน้างาน

ระบบ CIJ: ทางเลือกสำหรับงานพิมพ์บนสายการผลิต

Continuous Inkjet หรือ CIJ เป็นการพิมพ์แบบไม่สัมผัส สามารถเลือกหมึกให้เหมาะกับงานบนวัสดุและรูปทรงหลายประเภท แต่ต้องทดสอบคุณภาพรอยพิมพ์กับชิ้นงานจริงก่อนตัดสินใจ หลักการ CIJ จากผู้ผลิตเครื่องพิมพ์

FASTJET F650 ตัวอย่างเครื่องพิมพ์วันที่ผลิตระบบ CIJ

FASTJET F650 ตัวอย่างเครื่องพิมพ์วันที่ผลิตระบบ CIJ

สำหรับผู้สนใจ FASTJET สามารถเริ่มดูรุ่น F650, F640 และ F540/F560 แล้วให้ทีมงานช่วยประเมินรุ่นและหมึกตามลักษณะงาน

ดูเครื่องพิมพ์วันที่ FASTJET ระบบ CIJ

ระบบ TIJ: ประเมินร่วมกับหมึกและตำแหน่งติดตั้ง

ผู้ที่สนใจ Thermal Inkjet หรือ TIJ ควรส่งตัวอย่างบรรจุภัณฑ์ให้ทดสอบ พร้อมแจ้งข้อความ ขนาดตัวอักษร และความเร็วที่ต้องการ เพื่อประเมินทั้งรอยพิมพ์และการติดตั้งหัวพิมพ์

ไม่ควรสรุปว่า CIJ หรือ TIJ เหมาะกับ SME ทุกแห่งเหมือนกัน เพราะสินค้า ปริมาณผลิต และข้อจำกัดของแต่ละธุรกิจแตกต่างกัน

ดูเครื่องพิมพ์ระบบ TIJ | อ่านเปรียบเทียบ CIJ กับ TIJ

พิมพ์วันที่แล้ว จะตรวจสอบความถูกต้องอย่างไร?

การเลือกเครื่องพิมพ์เป็นเพียงส่วนหนึ่งของงาน อีกส่วนคือการควบคุมข้อมูลและตรวจผลหลังพิมพ์ แนวทางที่สามารถนำไปประเมินกับหน้างานได้ ได้แก่

  • กำหนดผู้มีสิทธิ์แก้ไขข้อความและอนุมัติการเปลี่ยนวันที่
  • ตรวจตัวอย่างก่อนเริ่มผลิตและหลังเปลี่ยนงาน
  • ประเมินการใช้ Vision Camera ตรวจการมีอยู่หรืออ่านข้อความตามเงื่อนไขที่ทดสอบ
  • เชื่อมข้อมูลล็อตและผลตรวจเข้ากับระบบบันทึกของโรงงาน หากอุปกรณ์รองรับ

กล้องตรวจสอบไม่ได้รับประกันว่าจะอ่านได้ทุกพื้นผิว ต้องทดสอบแสง ตำแหน่ง ความเร็ว และตัวอย่างงานที่ผ่าน/ไม่ผ่าน รวมถึงกำหนดวิธีจัดการสินค้าที่ตรวจไม่ผ่านด้วย

คำถามที่พบบ่อย

MFG กับ BBE คืออะไร ต่างกันอย่างไร?

MFG คือวันผลิต (Manufacturing Date) บอกว่าสินค้าผลิตเมื่อใด ส่วน BBE (Best Before End) คือวันที่ควรบริโภคก่อน ใช้บอกช่วงที่อาหารยังคงคุณภาพตามเงื่อนไขการเก็บรักษา ทั้งสองค่ามีความหมายต่างกันและไม่ควรใช้แทนกัน

BBE กับ EXP ต่างกันอย่างไร?

EXP หรือวันหมดอายุ ระบุวันที่สินค้าหมดอายุ สำหรับอาหารไม่ควรบริโภคหลังวันดังกล่าว ส่วน BBE หรือควรบริโภคก่อน เกี่ยวกับการคงคุณภาพของอาหารตามเงื่อนไขที่กำหนด ผู้ผลิตต้องเลือกใช้คำให้ตรงกับข้อกำหนดของสินค้า

วันผลิตและวันหมดอายุ ภาษาอังกฤษใช้คำว่าอะไร?

วันผลิตใช้ MFG (Manufacturing Date) หรือ MFD (Manufactured Date) วันหมดอายุใช้ EXP (Expiry Date) และควรบริโภคก่อนใช้ BB หรือ BBE (Best Before / Best Before End) บนฉลากควรใช้คำและรูปแบบวันที่ที่ผู้บริโภคอ่านเข้าใจตรงกัน

ดูวันที่ผลิตอย่างเดียว บอกได้ไหมว่าสินค้ายังใช้ได้?

ไม่ได้ ต้องดูข้อมูลอายุสินค้า เงื่อนไขการเก็บรักษา และคำแนะนำบนฉลากร่วมด้วย วันที่ผลิตบอกเพียงช่วงเวลาที่ผลิตสินค้า

อาหารยังมีกลิ่นปกติหลังวันหมดอายุ กินได้หรือไม่?

ไม่ควรใช้กลิ่นหรือรูปลักษณ์เป็นหลักฐานว่าอาหารปลอดภัย โดยเฉพาะอาหารที่ระบุวันหมดอายุ หน่วยงาน Food Standards Agency อธิบายว่าการดมกลิ่นไม่ใช่วิธีตรวจความปลอดภัยของอาหารที่มีวัน Use-by คำแนะนำจาก FSA

เครื่องพิมพ์วันที่ช่วยกำหนดอายุสินค้าได้ไหม?

ไม่ได้ เครื่องพิมพ์ใช้ข้อมูลที่ผู้ผลิตกำหนดและอนุมัติ การกำหนดอายุสินค้าต้องอาศัยข้อมูลการศึกษาและการตรวจสอบที่เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์

มีเลขล็อตแล้ว ยังต้องเก็บบันทึกการผลิตไหม?

ต้องเก็บ เพราะเลขล็อตเป็นตัวเชื่อมไปยังข้อมูล หากไม่มีบันทึกรองรับก็ไม่สามารถใช้ค้นหาประวัติการผลิตได้ครบถ้วน

ขอทดสอบพิมพ์กับบรรจุภัณฑ์ของตัวเองได้อย่างไร?

ส่งภาพและตัวอย่างบรรจุภัณฑ์ พร้อมข้อความที่ต้องการพิมพ์ ตำแหน่งพิมพ์ และความเร็วการผลิต ให้ทีมงานประเมินแนวทางและเงื่อนไขการทดสอบก่อนเลือกเครื่อง

ปรึกษางานพิมพ์วันที่กับ Better Code

บริษัท เบทเตอร์ โค้ด จำกัด จำหน่ายเครื่องพิมพ์วันที่ FASTJET พร้อมช่วยประเมินงานพิมพ์สำหรับโรงงานและธุรกิจ SME รวมถึงการเชื่อมต่อกับระบบ Automation และ Vision ตามขอบเขตของแต่ละโครงการ

ส่งรูปบรรจุภัณฑ์และตัวอย่างข้อความที่ต้องการพิมพ์ เพื่อเริ่มประเมินเครื่องที่เหมาะกับงานของคุณ

โทร 02-170-9611
LINE: @bettercode
customercare@bettercode.co.th

ขอใบเสนอราคา

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปด้านฉลากและงานพิมพ์ ไม่ใช้แทนการประเมินความปลอดภัยอาหารหรือการตรวจรับรองฉลากเฉพาะผลิตภัณฑ์

บทความที่เกี่ยวข้อง